www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมว.แรงงานร่วมเปิดตัวรายงานเรื่อง“การประเมินการคุ้มครองทางสังคม ฯเพื่อก้าวสู่ฐานการคุ้มครองทางสังคมภายใต้บริบทของประเทศไทย”

วันนี้ (10 พฤษภาคม 2556) เวลา 11.00 น. นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในงานเปิดตัวรายงานเรื่อง“การประเมินการคุ้มครองทางสังคมจากการปรึกษาหารือระดับชาติเพื่อก้าวสู่ฐานการคุ้มครองทางสังคมภายใต้บริบทของประเทศไทย”และนายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน              ได้ร่วมการเสวนา เรื่อง “การพัฒนาฐานการคุ้มครองทางสังคมในบริบทของสังคมไทย”

นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า  ตามข้อเสนอแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ฉบับที่ 202 ที่ว่าด้วยฐานความคุ้มครองทางสังคมและข้อเสนอแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ฉบับที่ 202 ตลอดจนนโยบายรัฐบาลที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะดังกล่าว สรุปได้  4 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ 1. ควรจัดให้มีการดูแลสุขภาพที่จำเป็น รวมถึงกรณีคลอดบุตร ซึ่งต้องให้บรรลุหลักการของการจัดให้มีบริการดังกล่าว ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับ ประเด็นที่ 2. ควรจัดให้มีความคุ้มครองรายได้ขั้นพื้นฐาน อย่างน้อยที่สุดตามกำหนดไว้เป็นขั้นต่ำสำหรับประชากรในช่วงวัยเด็ก และจัดให้เข้าถึงด้านโภชนาการ การศึกษา การดูแลรักษา และความจำเป็นด้านสินค้าและบริการที่จำเป็น ประเด็นที่ 3. ควรจัดให้มีความคุ้มครองรายได้ขั้นพื้นฐานอย่างน้อยที่สุดตามกำหนดไว้เป็นขั้นต่ำสำหรับประชากรวัยทำงานที่ไม่สามารถหารายได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วย และประเด็นที่ 4.ควรจัดให้มีความคุ้มครองรายได้ขั้นพื้นฐานอย่างน้อยที่สุดตามกำหนดไว้เป็นขั้นต่ำสำหรับประชากรในวัยผู้สูงอายุ ในส่วนของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 84 กำหนดไว้ว่ารัฐต้องดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงานเด็กและสตรี จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ และระบบไตรภาคีที่ผู้ทำงานมีสิทธิคัดเลือกผู้แทนของตน จัดระบบประกันสังคม รวมทั้งคุ้มครองให้ผู้ทำงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกัน ได้รับค่าตอบแทน  สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ และจัดให้มีการออมเพื่อการดำรงชีพในยามชราแก่ประชานและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างทั่วถึงและเหมาะสม 

นอกจากนี้นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมการเสวนา เรื่อง “การพัฒนาฐานการคุ้มครองทางสังคมในบริบทของสังคมไทย” ในงานดังกล่าวด้วย