นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า วันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ เกิดมาจากความสูญเสียของพี่น้องเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นที่บริษัท เคเดอร์ อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 เหตุการณ์ครั้งนั้นนับเป็นอุบัติภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดของการพัฒนาอุตสาหกรรมและความด้อยประสิทธิภาพในการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ที่มุ่งพัฒนาเฉพาะด้านเทคโนโลยีการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าหรือผลิตสินค้าหรือภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าเหตุเกิดจากความประมาท หรือความรู้ไม่เท่าทันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน ก็เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ วันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี เราจะมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ความปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน ก็น่าจะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนางานความปลอดภัยฯได้อย่างยั่งยืน งานความปลอดภัยในการทำงานจำต้องไม่ย่ำอยู่กับที่ เราต้องร่วมมือกันพัฒนาการบริหารจัดการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรู้เท่าทันอันตรายที่แฝงมากับพัฒนาเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตของทุกภาคอุตสาหกรรม เพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยเดิมอีก
“ในโอกาสวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติในปีนี้ กระทรวงแรงงานจะเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานอย่างเข้มงวดคู่ไปกับการส่งเสริม และพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ของคนทำงานในทุกกิจการ และต้องขอชื่นชมสถานประกอบกิจการทั้ง 52 แห่ง ที่ได้รับรางวัลด้านปลอดภัยในวันนี้ ซึ่งถือการประชาสัมพันธ์ยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบกิจการด้วย ขอให้บทเรียนแห่งความสูญเสียในอดีตได้ถูกนำมาเป็นแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันดำเนินความปลอดภัยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มีแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้ทำงานในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ปลอดจากอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานความปลอดภัยในการทำงานจนเป็นที่มาของการประกาศนโยบาย“แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี”เป็นระเบียบวาระแห่งชาติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 และการออกพระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 โดยเฉพาะเจ้าของสถานประกอบการกิจการเริ่มมีความตระหนัก และจริงใจที่จะบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด และมาตรการป้องกันมิให้เหตุการณ์ร้ายแรงดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก ในส่วนของลูกจ้างเองก็เริ่มมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน และให้ร่วมมือกับนายจ้างในการปฏิบัติงานให้ปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน” นายเผดิมชัย กล่าวในตอนท้าย
คุณสถิต เดชกุญชร รองผู้อำนวยการฝ่ายอาคารสถานที่ บริษัท การบินไทย จำกัด ผู้ได้โล่รับรางวัล เผยว่า “บริษัทการบินไทยรู้สึกยินดีที่ได้รับรางวัลทางการบินไทยได้ทำเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในอาคารมายาวนานมาก เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ทางภาครัฐให้ความสำคัญและทุกหน่วยทุกหน่วยต้องช่วยกันผลักดัน เพราะการป้องกันดีกว่าการแก้ไข เรามีวิธีการทำงานด้วยการตั้งคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม ซึ่งคณะกรรมการจะให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เราเน้นต้องให้ความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มสร้างอาคาร ทุกอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อความปลอดภัยเราจะทำทันที
ในการจัดงานดังกล่าว มีกิจกรรมต่างๆ อาทิ พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่แรงงานผู้เสียชีวิตจากการทำงานในอดีต การสัมมนาวิชาการด้านความปลอดภัยฯ การจัดนิทรรศการ การมอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับจังหวัด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี ๒๕๕๖ จำนวน ๕๒ แห่ง และในปีนี้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำข้อตกลงความร่วมมือเรื่อง “การสร้างต้นแบบงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อพัฒนาเครือข่ายดำเนินงานสู่สถานประกอบกิจการ” เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานความปลอดภัยในการทำงาน อีกทั้งจะเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานอย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการส่งเสริม และพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ของคนทำงานในทุกกิจการ
