นายสง่า ธนสงวนวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มาพบเพื่อขอความร่วมมือจากกระทรวงแรงงานในการบูรณาการร่วมกันดำเนินโครงการปรับปรุงผลิตภาพแรงงานระดับบริหารกิจการSMEs เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ จึงได้ประชุมร่วมกันกับกรมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสนับสนุนและร่วมมือในการดำเนินโครงการดังกล่าวในการบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยการปรับปรุงผลิตภาพแรงงานระดับบริหารกิจการ SMEs ในส่วนหนึ่ง ซึ่งกระทรวงแรงงานยินดีให้ความร่วมมือโครงการดังกล่าว โดยจะพิจารณาหางบประมาณด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และโครงการที่มีอยู่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ขอให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำเรื่องเสนอของบกลางและจัดสรรงบสนับสนุนโครงการดังกล่าวนี้ เพื่อการมีส่วนร่วมผลักดันโครงการดีๆมีประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาชาติให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้ประกอบการSMEs รวมพลังให้เป็นหนึ่งและมีความเข้มแข็ง และพัฒนาด้านการตลาดเพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหา และอยากให้มีการทบทวนจำนวนผู้ประกอบการSMEsที่มีอยู่ให้ตรงกันเพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานร่วมกันต่อไป
นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจของไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs มีการจ้างแรงงานถึง 78% หรือประมาณ 15 ล้านคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 43 ของGDP และมีมูลค่าการส่งออกรวมประมาณ 30% ของประเทศ SMEsจึงเป็นกลไกสำคัญส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากต้นทุนค่าแรงในการผลิตและบริการเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย อาทิ ปัจจัยความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ และจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท หากภาครัฐไม่ให้ความช่วยเหลือSMEsอย่างทันท่วงที จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และอาจเกิดปรากฏการณ์ไหลทะลักของสินค้าราคาถูกเข้ามาในประเทศ ซ้ำเติมปัญหาจนทำให้SMEsที่เหลืออยู่อาจจะไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอโครงการปรับปรุงผลิตภาพแรงงานระดับบริหารกิจการSMEsเพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ (Labor Productivity Improvement for SMEs) จึงเป็นทางออกหนึ่งซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ โดยโครงการจะเน้นการพัฒนาให้ผู้ประกอบการSMEsมีความสามารถครบเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ผิดพลาดเสียหาย จนกิจการset-back หรือล้มเหลว(ปัจจัยภายใน) กับ มีจุดแข็ง/leverageเพียงพอที่จะเผชิญการแข่งขันและภัยธุรกิจต่างๆ (ปัจจัยภายนอก) ต่อไป
“สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อยกระดับความสามารถในเชิงการบริหารความเสี่ยงของกิจการของผู้ประกอบการSMEs อันเป็นผลกระทบมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับกลางของกิจการ ให้มีความสามารถในการปรับปรุงผลิตภาพแรงงาน
ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยบุคคลากรในระดับบริหารกิจการ SMEs ไทย ทั้งภาคการผลิต การบริการ และการค้า โดยแบ่งเป็นเจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางของกิจการ SMEs”นายสุวรรณชัย กล่าวในตอนท้าย
