นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยในระหว่างการเปิดงานโครงการสัมมนาไตรภาคีเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ... ณ ห้องเจ้าพระยาบอลรูม โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ว่า กระทรวงแรงงานในฐานะหน่วยงานของภาครัฐที่มีพันธกิจในการคุ้มครองแรงงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของอนุสัญญาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากผลบังคับของอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเลพ.ศ.2549 (Maritime Labour Convention, 2006: MLC) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 20 สิงหาคม 2556 จึงได้จัดทำร่างพรบ. แรงงานทางทะเล พ.ศ. ... เพื่อดูแลเรือเดินทะเล ทั้งของชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งคุ้มครองผู้ใช้แรงงานที่ต้องทำงานบนเรือเดินทะเล ดูแลเงื่อนไขการจ้างงานและการทำงานบนเรือให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ MLC โดยมีการออกใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลเพื่อป้องกันปัญหาการถูกตรวจเรือ กักเรือ หรือสั่งแก้ไขข้อบกพร่องให้เป็นไปตามที่อนุสัญญากำหนด กับเรือที่ ชักธงไทยที่เข้าไปในเขตอธิปไตยหรือเมืองท่าของประเทศสมาชิกที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ ซึ่งจะทำให้เรือเดินทะเลของไทยสามารถแข่งขันกับเรือเดินทะเลของนานาประเทศได้ รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานทางทะเลให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลอันจะก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาต่างชาติ และจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคตด้วย
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า งานในวันนี้เป็นการจัดเสวนาระดมสมอง รับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ... โดยร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ผู้แทนฝ่ายเจ้าของเรือและคนประจำเรือ เป็นต้น เพื่อนำมาปรับปรุงร่างกฎหมายให้สมบูรณ์สอดคล้องกับความต้องการและสภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังมุ่งหวังให้ประเทศไทยมีกฏหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศและคุ้มครองแรงงานบนเรือเดินทะเลระหว่างประเทศได้อย่างทั่วครอบคลุม หลังจากจบการเสวนาในวันนี้ก็จะนำความคิดเห็นที่ได้ไปปรับปรุงและเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา หากได้รับความเห็นชอบจะนำเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการพิจารณากฎหมายของกระทรวงแรงงาน และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
และการเสวนาในวันนี้ Mr. Jajoon Coue ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคได้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเรื่อง “แนวคิดและหลักการสำคัญของอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549 (Maritime Labour Convention, 2006: MLC)” ซึ่งอนุสัญญาฯ ดังกล่าวประกอบไปด้วยข้อกำหนดใน 5 ประเด็นหลักคือ 1.ข้อกำหนดขั้นต่ำของบุคคลที่จะทำงานบนเรือ เช่น ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี และบุคคลที่มีอายุระหว่าง 16-18 ปีห้ามทำงานในช่วงกลางคืน และงานในลักษณะที่ทำลายสุขภาพ บุคคลที่จะทำงานบนเรือเดินทะเลจะต้องได้รับใบรับรองจากแพทย์เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลที่มีความแข็งแรงเพียงพอกับการทำงานบนเรือเดินทะเล 2.เงื่อนไขการจ้างงาน เช่น สิทธิในการลา ข้อตกลงในการจ้างงาน การกำหนดอัตราคนที่จะทำงานบนเรือให้เพียงพอกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 3.ที่พักอาศัย สิ่งสันทนาการ และการจัดหาอาหาร 4. การคุ้มครองสุขภาพ การรักษาพยาบาล สวัสดิการ และการคุ้มครองด้านประกันสังคม 5. การปฏิบัติตามและการบังคับใช้ เช่น รัฐเจ้าของธงเรือมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการออกใบรับรองและใบประกาศด้านแรงงานทางทะเลให้แก่เจ้าของเรือที่ปฏิบัติตรงตามมาตรฐาน โดยมีอายุไม่เกินครั้งละ 5 ปี
