www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ILO เข้าพบ ‘เผดิมชัย’ หารือประเมินการคุ้มครองทางสังคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ  Mr. Maurizio Bussi รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ(ILO)ประจำประเทศไทย กัมพูชา และลาว เข้าหารือกำหนดการเปิดตัวรายงานการประเมินการคุ้มครองทางสังคม ‘เผดิมชัย’ ยันทางการไทยให้ความสำคัญยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน เผย ออกกฎหมายเข้มงวดปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติ สร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างร่วมหารือการเปิดตัวรายงานการประเมินการคุ้มครองทางสังคมกับผู้แทนจากILO ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ดำเนินการในเรื่องของการหยุดยั้งขบวนการค้ามนุษย์ โดยทางกระทรวงแรงงานและหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่เนื่องด้วยการทำงานในเรื่องดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่ต้องเกี่ยวข้องและดำเนินการร่วมกัน จึงอาจทำให้เกิดความล่าช้า   ในกระบวนการหารือขั้นตอนการดำเนินงานไปบ้างเล็กน้อย แต่เชื่อว่าหากการประสานงานลงตัวจะทำให้เกิดการทำงานบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับการดูแลและคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็น พม่า กัมพูชา และลาว ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามดำเนินการให้มีกฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องสิทธิของแรงงานดังกล่าว โดยการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้เป็นแรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทางการไทยได้มีการขยายโอกาสให้แรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศผิดกฎหมาย พิสูจน์สัญชาติและขึ้นทะเบียนให้เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากแรงงานดังกล่าวเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การดำเนินการเพื่อสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองแรงงานกลุ่มดังกล่าวก็จะสามารถกระทำได้อย่างเป็นระบบ ภายได้กรอบกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่วางเอาไว้ ซึ่งจะสามารถสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง หรือลูกจ้าง โดยที่ผ่านมาทางการไทย ได้ทำการจัดส่งรายชื่อแรงงานต่างด้าวกลับไปยังประเทศต้นทาง เพื่อจัดทำเอกสารให้สามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วกว่า 5 แสนราย