www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ปลัดกระทรวงแรงงาน ประชุมแนวทางสนับสนุนการสร้างโอกาสด้านอาชีพให้แก่แรงงานคนพิการ‏

วันนี้(วันที่ 30 เมษายน ๒๕๕๖)เวลา ๐๙.๓๐ น. นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อหาแนวทางสนับสนุนการสร้างโอกาสด้านอาชีพ และเชื่อมโยงช่องทางธุรกิจให้แก่แรงงานคนพิการ ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน 

 

นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สืบเนื่องจากการหารือกับท่าน รมว.แรงงาน ได้ขอให้จัดทำโครงการในลักษณะที่เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน และสถานประกอบการที่มีทัศนคติที่ดีต่อคนพิการ และเป็นที่ยอมรับในสังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งนอกจากจะจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 หรือส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 หรือดำเนินการตามมาตรา 35 แล้ว ยังมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR : Corporate Social Responsibility) ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดตั้ง Call Center เพื่อคนพิการ การจัดตั้งศูนย์ซ่อมสินค้า การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ให้แก่คนพิการเพื่อการประกอบอาชีพและการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยมีกรอบแนวคิดของท่าน รมว.รง. เป็นการต่อยอดจากในสิ่งที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน คือ การพัฒนาคนพิการให้มีศักยภาพให้สูงขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมให้คนพิการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถติด Logo หรือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าสินค้าเป็นฝีมือของคนพิการ จนสามารถรับรู้ในวงกว้างได้ โดยกระทรวงแรงงานและสถานประกอบการ จะร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคนพิการให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างไร รวมถึงจะพัฒนาถึงขั้นเป็น “ผู้ประกอบการรายย่อย”ได้หรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่จะมาที่ได้หารือถึงแนวทางในวันนี้ 

 

          การประชุมในวันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เริ่มหารือ และได้รับความร่วมมือจากคุณชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ รองประธานคณะกรรมการกิจกรรมสังคมและคุณภาพชีวิต หอการค้าไทย และคุณสกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ กรรมการผู้จัดการกิจการเพื่อสังคมไนส์คอร์ป เอส.อี. และคณะกรรมการกิจกรรมสังคมและคุณภาพชีวิต หอการค้าไทย ที่กรุณาแนะนำสถานประกอบการที่มีทัศนคติที่ดีต่อแรงงานคนพิการและมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR : Corporate Social Responsibility)รวมทั้งเป็นที่ยอมรับในสังคมอย่างกว้างขวาง กระผมในนามกระทรวงแรงงานขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณผู้แทนสถานประกอบการทุกท่านที่มาร่วมประชุมในวันนี้ 

 

          “คนพิการ ถือเป็น “แรงงาน” อีกกลุ่มหนึ่ง และ “การจ้างงานคนพิการ” ก็เป็นภารกิจหนึ่งของกระทรวง

แรงงานที่จะต้องเข้าไปส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่น ๆ  และ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ที่เป็นภารกิจของ รง. จะปรากฏอยู่ในมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 และมาตรา 20 (3)  มาตรา 33  บัญญัติให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐ รับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน”

 

          “การดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน ได้ออก“กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554” กำหนดให้ต้องรับคนพิการเข้าทำงานในอัตรา 100 : 1 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2554 เป็นต้นมา”


          มาตรา  ๓๔ วรรคหนึ่ง  บัญญัติให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่มิได้รับคนพิการเข้าทำงานตามจำนวนที่กำหนดส่งเงินเข้า “กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุน 

          และมาตรา 35 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34 หน่วยงานภาครัฐ นายจ้างหรือสถานประกอบการอาจให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงาน ฝึกงาน หรือให้การช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการ หรือผู้ดูแลคนพิการแทนก็ได้ ทั้งนี้  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบ 

 

          นอกจากนี้กระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางานที่เกี่ยวกับระเบียบฯ ดังกล่าว ได้แก่ การให้บริการจัดหางานแก่คนพิการ (รวมถึงบริการผ่านระบบอิเล็คทราอนิกส์ ( E – Services)  การรับขึ้นทะเบียนขอรับสิทธิตามมาตรา 35 ให้แก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ การให้บริการแก่นายจ้าง/สถานประกอบการ/หน่วยงานของรัฐ ในการรับแจ้งตำแหน่งงานว่าง และรับแจ้งขอรับสิทธิตามมาตรา 35 ได้แก่ วิธีการให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงาน ฝึกงานหรือให้การช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการ หรือผู้ดูแลคนพิการ มาตรา 20 (3) คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ดังต่อไปนี้...(3) การพื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพการให้บริการที่มีมาตรฐาน การคุ้มครองแรงงาน มาตรการเพื่อการมีงานทำ ตลอดจนได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ และบริการสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกเทคโนโลยีหรือความช่วยเหลืออื่นใด เพื่อการทำงานและประกอบอาชีพของคนพิการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด นายสมเกียรติ กล่าว