นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการแรงงานพบว่า สถานการณ์ด้านแรงงานกรณีผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง ขั้นต่ำ 300 บาท ทั่วประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้เฝ้าติดตามสถานการณ์การจ้างงานจากผู้ประกอบการและลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กระทรวงแรงงาน ได้รับรายงานจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานแรงงานจังหวัดทั่วประเทศรายงานข้อมูลประจำวัน เพื่อจะได้ทราบถึงทิศทางการปรับตัวและจะได้มีมาตรการการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทันเหตุการณ์ ดังจะเห็นจากข้อมูลสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจการแรงงานที่รายงานว่าตั้งแต่ 1 มกราคม-18 เมษายน 2556 ตัวเลขการปิดกิจการในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาพบว่า มีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่ต้องปิดกิจการ แบ่งเป็นสถานประกอบการขนาดกลาง 1 แห่ง และขนาดเล็ก 2 แห่ง
สำหรับผู้ประกันตนที่มาขึ้นทะเบียนว่างงานตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคมมีจำนวน 23,361 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ไม่มีรายงานว่ามีสาเหตุมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 19 เมษายน 2556 จากรายงานสถานการณ์ของศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใน 36 จังหวัดพบว่า มีผู้ประกันตนมาขอขึ้นทะเบียนจำนวน 578 ราย จากสถานประกอบการ 540 แห่ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเลิกจ้างและลาออกเองตามปกติ จากข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นถือว่า สถานการณ์ด้านแรงงานยังอยู่ในสภาวะปกติ ไม่ถือว่ามีผลกระทบรุนแรงแต่อย่างใด รวมไปถึงมีผู้ประกันตนจากสถานประกอบการขนาดกลางเล็กและขนาดเล็ก (SMEs) ที่มาขอลงทะเบียนรับความช่วยเหลือจากศูนย์ฯ จำนวน 68 ราย แบ่งเป็นสถานประกอบการขนาดกลาง 18 แห่ง และขนาดเล็ก 50 แห่ง
