นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการค่าจ้างในวันนี้เป็นการติดตามสถานการณ์ด้านแรงงานอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั้งประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 โดยเป็นการเก็บข้อมูลจากทิศทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ การบริโภค การลงทุน และการจ้างงาน จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการแรงงานชี้ให้เห็นว่าสถิติผู้มาขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์มีจำนวน 35,206 ราย เป็นผู้ถูกเลิกจ้าง 4,081 คน คิดเป็นเพียงร้อยละ 11.6 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขการเลิกจ้างงานในเดือนมกราคมจะเห็นว่าปรับลดอย่างชัดเจนซึ่งในเดือนมกราคมมีผู้ถูกเลิกจ้างจำนวน 10,075 คน ถือว่ายังอยู่ในภาวะปกติ ไม่มีผลกระทบที่รุนแรง โดยมีข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการผ่านทางศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และ ศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐอาทิ ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน การขาดแคลนแรงงาน และการขอชดเชยส่วนต่างของค่าจ้าง เป็นต้น จากการรายงานการสำรวจข้อมูลพบว่า สถานประกอบการหลายแห่งได้มีการปรับตัวให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ด้วยการปรับสภาพการจ้างงานซึ่งเปลี่ยนจากการจ้างรายเดือนเป็นการจ้างรายวัน โดยกระทรวงแรงงานขอแสดงความเป็นห่วงว่าการปรับสภาพการจ้างงานเช่นนี้จะต้องเป็นการดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยลูกจ้างจะต้องแสดงความสมัครใจและยินยอมด้วย นอกจากนี้ ในการประชุมได้รับข้อเสนอจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้เสนอต่อที่ประชุมครม.มาพิจารณาในประเด็นการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในลักษณะแบ่งตามพื้นที่ (Zoning) พิจารณาการกำหนดอัตราค่าจ้างจากความแตกต่างทางเศรษฐกิจ สังคมซึ่งจะแตกต่างจากอดีตที่แบ่งอัตราค่าจ้างตามจังหวัด และปัจจุบันทุกจังหวัดอัตราเดียวกัน โดยทางฝ่ายเลขาฯ จะทำหน้าที่ประสานงานติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาให้ความเห็นและนำเสนอต่อที่ประชุมต่อไป นายสมเกียรติ กล่าว
