www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
เปิด“แรงงานสัญจร สนับสนุนค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท”ที่อุทัยธานี

วันนี้ (29 มีนาคม 2556) เวลา 10.00 น. เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีเพื่อเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แรงงานสัญจร สนับสนุนค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท” เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ SMEs รับฟังปัญหา สร้างความเข้าใจกฎหมายค่าจ้าง กระตุ้นผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุทัยธานี และออกตรวจเยี่ยมบริษัทบางกอกรับเบอร์สหรัตน จำกัด และบริษัทไทยแอสซี่เทค จำกัด อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี

นายสง่า ธนสงวนวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีนโยบายให้จัดโครงการแรงงานสัญจร เสริมสร้างองค์ความรู้ให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนให้นายจ้างเข้าถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมเปิดเวทีเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค แลกเปลี่ยนประสบการณ์และหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการเลิกจ้าง ปิดกิจการของเอสเอ็มอี และออกตรวจเยี่ยมสถานประกอบการในพื้นที่  มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ “แรงงานสัญจร สนับสนุนค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท” เปิดโอกาสให้นายจ้างอภิปรายประเด็นปัญหา  และมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อนำปัญหามาวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไขให้ตรงจุดต่อไป และออกตรวจเยี่ยมบริษัทบางกอกรับเบอร์สหรัตน จำกัด และบริษัทไทยแอสซี่เทค จำกัด อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี

 

                นายสง่า กล่าวต่อไปว่า จังหวัดอุทัยธานี มีสถานประกอบกิจการ SMEs จำนวน 643 แห่ง  ส่วนใหญ่เป็นกิจการค้าส่ง  ค้าปลีก การบริการและโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร เมื่อพิจารณาจากผลิตภัณฑ์มวลรวมแล้วภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดอุทัยธานี ขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรม สาขาค้าปลีกค้าส่ง และสาขาโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร   เป็นสำคัญ ในปีที่ผ่านมาค่าจ้างขั้นต่ำจำนวน 234 บาท ที่ผ่านมาหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานได้จังหวัดอุทัยธานี ได้กำหนดแผนและออกตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการ เพื่อเข้าไปแนะนำมาตรการการช่วยเหลือ รวมทั้งรับทราบปัญหาและความต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ จำนวน 65 แห่ง พบว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายสามารถจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำให้แก่ลูกจ้างได้ ส่วนสถานการณ์การจ้างงานในปี 2555 และปี 2556 ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด ขณะเดียวกันจากสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคลของสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดอุทัยธานี (กระทรวงพาณิชย์) พบมีการจดทะเบียนสถานประกอบการตั้งใหม่ 20 แห่ง และมีเลิกจ้าง 7 แห่งเท่านั้น จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ยังไม่มีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดอุทัยธานีแต่อย่างใด

 

               จากการไปได้ไปตรวจเยี่ยมที่บริษัทบางกอกรับเบอร์สหรัตน จำกัด นายนพน้อย ทองประภัยพักตร์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวว่า บริษัทนี้เป็นบริษัทรับจ้างผลิตชิ้นส่วนของรองเท้าส่งให้บริษัทต่างๆเช่น กลุ่มบริษัทแพน บริษัท ECCO และบริษัท Timberlan เป็นต้น เพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ มีพนักงาน 643 คน มีโรงงานในจังหวัดอุทัยธานี 2 แห่ง ทั้งนี้ ทางบริษัทได้ให้ความร่วมมือในการจ่ายค่าจ้าง 300 บาทตามกฎหมาย ขณะเดียวกันในช่วงแรกนี้ บริษัทได้มีการปรับตัวโดยการลดต้นทุนเช่น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ หาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของสินค้าเพื่อให้ปรับสภาพการแข่งขันให้สามารถอยู่ต่อได้  

 

               ขณะเดียวกันนายอภิชาติ แดงบัว เจ้าของบริษัทไทยแอสซี่เทค จำกัด กล่าวว่า บริษัทเปิดมา 2 ปีเพื่อรับจ้างผลิตอุปกรณ์อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ส่วนประกอบของกล้องถ่ายรูปเช่น ยี่ห้อนิคคอน เพื่อส่งบริษัทแม่ที่นิคมอุตสาหกรรม นวนคร เหตุที่มาตั้งบริษัทที่จ.อุทัยธานีเนื่องจากว่ามีแรงงานเพียงพอต่อการผลิตได้ทันต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งการผลิตสินค้าดังกล่าวต้องมีการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือ เพื่อให้สามารถทำงานได้มีผลิตผล และผลิตภาพ โดยได้ใช้หลัก 5 ส เน้นความสะอาด และการมีระเบียบวินัยเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการให้ประสบความสำเร็จ โดยมีพนักงาน 264 คน บริษัทจ่ายจ้าง 300 บาทตามกฎหมายไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

 

               ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและคณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่ดำเนินโครงการมาแล้วจำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา ลำปาง สงขลา ราชบุรี กาญจนบุรี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม หนองคาย นครพนม สกลนคร สุรินทร์ มุกดาหาร บึงกาฬ และศรีสะเกษ จากภาพรวมทั่วประเทศ พบว่าการจ้างงานยังคงอยู่ในภาวะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการแต่อย่างใด ในส่วนนี้ ภาครัฐบาล และกระทรวงแรงงานได้ติดตามสถานการณ์ และเข้าช่วยเหลือ SME ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจากศูนย์ปฏิบัติการจากศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดทุกจังหวัด ภายใต้การดูแลของกระทรวงแรงงาน และศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดหาแรงงาน แรงงานต่างด้าว ด้านภาษี และแหล่งสินเชื่อ ตามความต้องการของผู้ประกอบการโดยการประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และเร่งรัด ช่วยเหลือ และติดตามสถานการณ์ต่อไป นายสง่า กล่าวในที่สุด