www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ที่ปรึกษารมว.แรงงานลุยให้กำลังใจผู้ประกอบการ SMEs ที่จังหวัดนครพนมและสกลนครไม่พบเลิกจ้างเพราะการปรับค่าจ้าง 300 บาท หน้าแรก » ข่าวประชาสัมพันธ์

วันที่ 22 มีนาคม 2556 นางนฤมล  ธารดำรง  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครพนมและสกลนคร เพื่อเปิดโครงการแรงงานสัญจรสร้างความเข้าใจกฎหมายค่าจ้าง กระตุ้นผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอี  รับฟังปัญหา และให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ ไม่พบเลิกจ้างเพราะการปรับค่าจ้าง 300 บาท


นางนฤมล ธารดำรง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายให้จัดโครงการแรงงานสัญจรเสริมสร้างองค์ความรู้ให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนให้นายจ้างเข้าถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมเปิดเวทีเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค แลกเปลี่ยนประสบการณ์และหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการเลิกจ้าง ปิดกิจการของเอสเอ็มอี 


             นางนฤมลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นการกระตุ้นให้สถานประกอบกิจการให้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า และขอยืนยันว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา และยังคงเดินหน้าในการที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจของ SMEs อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การดูแลในการเพิ่มผลผลิต หรือปัญหาด้านอื่นซึ่งต้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้ปัญหาเหล่านี้หมดสิ้นไป


              จุดแรก นางนฤมลฯ ได้เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแรงงานสัญจรเสริมสร้างองค์ความรู้ให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ที่จังหวัดนครพนม รับฟังปัญหา อุปสรรค พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้จังหวัดนครพนม มีสถานประกอบกิจการ 1,205 แห่ง มีลูกจ้าง 13,956 คน เป็นสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs 1,197 แห่ง และภายหลังจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดนครพนมไม่มีสถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างจนต้องเลิกกิจการและได้ไปเยี่ยมชมกิจการโรงสีนาแกพงษ์เจริญจำกัดและได้เดินทางต่อไปที่จังหวัดสกลนคร


              จุดที่สอง นางนฤมลฯ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแรงงานสัญจรเสริมสร้างองค์ความรู้ให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ที่จังหวัดสกลนคร  ซึ่งมีสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 1,806 แห่ง แยกเป็นสถานประกอบกิจการขนาดย่อม 1,739 แห่ง สถานประกอบกิจการขนาดกลาง 67 แห่ง และมีลูกจ้างทั้งหมดจำนวน 17,224 คน จากข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่และเลิกกิจการของสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดสกลนคร (กระทรวงพาณิชย์) สรุปข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่และเลิกกิจการตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555 - กุมภาพันธ์ 2556 มีสถานประกอบการที่ตั้งใหม่ รวม 98 แห่ง  และเลิกกิจการรวม 26 แห่ง  ส่วนใหญ่สถานประกอบการที่มาจดทะเบียนเลิกกิจการ  เนื่องจากภาวะการแข่งขันสูงและไม่ได้ประกอบธุรกิจมาเป็นเวลานานแล้ว  และจากการเปรียบเทียบข้อมูลการเลิกกิจการในเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2556 พบว่าสถานประกอบการที่เลิกกิจการยังคงอยู่ในสถานการณ์ปกติ  และยืนยันไม่ได้เลิกกิจการเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท


               สำหรับสถานประกอบกิจการทั้งสองจังหวัดที่สามารถจ่าย 300 บาท มีวิธีการดำเนินการ ได้แก่ การลดค่าใช้จ่ายทางด้านบริหารจัดการต่างๆลง เช่น กิจกรรมของทางบริษัท เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง สภาพการทำงานด้วยสมัครใจและร่วมมือระหว่างนายจ้างลูกจ้าง เข้มงวดในการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพ และมีวินัยในการทำงานมากขึ้นส่วนความต้องการของสถานประกอบกิจการ ได้แก่ขอให้รัฐบาลลดภาระมาตรการทางภาษี ลดดอกเบี้ยทางธนาคารที่กู้เพื่อการลงทุน การควบคุมราคาสินค้าที่เป็นต้นทุน เช่น ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า เป็นต้น และให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายขึ้น


               ที่ผ่านมาสำนักงานแรงงานจังหวัดและหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือในการขับเคลื่อนนโยบายการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยศูนย์ตั้งอยู่ที่สำนักงานแรงงานจังหวัด  เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมและสนับสนุนข้อมูลนายจ้าง ลูกจ้าง ที่ประสบปัญหาด้านแรงงาน ซึ่งได้รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านแรงงาน (สถานการณ์การเลิกจ้างของสถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างวันละ 300 บาท ) เป็นประจำทุกวันพบว่าไม่มีสถานประกอบกิจการเลิกจ้างลูกจ้าง และไม่มีการปิดกิจการเพราะเหตุจากการเลิกจ้างแต่อย่างใด  


               ขณะที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสกลนครได้ดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้สถานประกอบกิจการได้ทราบและปฏิบัติ ได้แก่ จัดส่งเอกสารค่าจ้างขั้นต่ำ เกี่ยวกับการปรับค่าจ้างวันละ 300 บาท ให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จำนวน 2,600 แห่ง การจัดประชุมชี้แจงนโยบายการปรับค่าจ้าง 300 บาท ให้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง ในสถานประกอบกิจการได้ทราบ การประชุมร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานและเจ้าหน้าที่การประชุมร่วมกับหอการค้าจังหวัดสกลนคร สภาอุตสาหกรรม ดำเนินมาตรการเร่งด่วน ได้แก่  เพิ่มเวลาบริการประชาชน วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.30 - 18.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ประสานผู้นำเอกชน เช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ธนาคาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอทราบสถานการณ์ด้านแรงงาน