นายพูลศักดิ์ เศรษฐนันท์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นำทีมแพทย์ - พยาบาล มาตรวจสุขภาพแรงงานไทย ได้ใช้โอกาสเดียวกันนี้ลงพื้นที่พบปะนายจ้างชาวบรูไนเพื่อขยายตลาดแรงงานไทยในบรูไน และจากการเข้าพบผู้ประกอบกิจการบริษัท Megalift ประกอบธุรกิจด้านโลจิสติกส์ รวมไปถึงการขนส่งน้ำมัน ผลปรากฏว่าเสียงตอบรับจากนายจ้างค่อนข้างดี โดยนายจ้างระบุว่า ยังมีความต้องการแรงงานไทยอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ - กึ่งฝีมือ เพราะแรงงานไทยมีความขยันขันแข็ง มีความรับผิดชอบ รวมทั้งมีทักษะฝีมือสูงกว่าชาติอื่น ที่สำคัญคือได้รับทราบข้อมูลว่าแรงงานชาวไทยจะได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานที่สูงกว่าชาติอื่น ส่วนปัญหาด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งแรงงานไทยมักจะมีจุดอ่อนในเรื่องนี้ มองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะสามารถมาฝึกกันได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงานจะได้เร่งฝึกทักษะทางด้านภาษาให้กับแรงงานชาวไทยก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศเพื่อปิดจุดอ่อนทางด้านนี้ต่อไป
ด้าน นายสิงหเดช ชูอำนาจ ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน ระบุว่า แรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในบรูไนส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานเก่า เป็นที่ไว้วางใจของนายจ้าง แม้ค่าตอบแทนเมื่อเทียบกับไปทำงานประเทศอื่นอาจจะดูไม่สูงมาก แต่จากการสำรวจของเราจะพบว่าค่าครองชีพของคนไทยที่บรูไนนับว่าไม่แตกต่างจากที่ประเทศไทยมากนัก จึงมีเงินเหลือเก็บส่งให้ครอบครัวที่เมืองไทยค่อนข้างมาก ส่วนการขยายตลาดการจ้างงานไปในกลุ่มแรงงานไทยที่จะเข้ามาใหม่อาจมีแรงจูงใจน้อยลงบ้างเพราะปัจจุบันนี้ค่าตอบแทนที่เมืองไทยก็ขึ้นมามากแล้วเช่นกัน โดยค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท แต่ถ้าเป็นแรงงานฝีมือก็จะมีค่าตอบแทน
ที่สูงกว่านั้น
ขณะเดียวกัน นายวัชระพงษ์ นันตา อาสาสมัครแรงงานไทยในบรูไน ระบุถึงตัวเลขค่าตอบแทนในการทำงานของแรงงานไทยว่าจะอยู่ที่ขั้นต่ำ 22 เหรียญบรูไน หรือประมาณ 550 บาทต่อวัน ส่วนที่มีฝีมือหน่อยอาจสูงถึง 35 เหรียญ หรือประมาณ 875 บาท ในขณะที่ถ้าเป็นแรงงานบังคลาเทศจะมีค่าตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15 เหรียญบรูไน ส่วนแรงงานอินโดนีเซียจะอยู่ที่ประมาณ 17 เหรียญ ส่วนสาเหตุที่ค่าตอบแทนแรงงานไทยดีกว่าชาติอื่นเป็นเพราะนายจ้างจะชื่นชอบแรงงานไทยที่ทำงานดี ไม่เกี่ยงงาน และมีวินัยในการทำงาน
