นายพูลศักดิ์ เศรษฐนันท์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงแรงงานมีสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศออยู่ 14 แห่ง ใน 13 ประเทศ โดยจะอยู่ในประเทศที่มีแรงงานไทยไปทำงานจำนวนมาก ซึ่งบรูไนและมาเลเซียก็เป็นอีก 2 ประเทศ ที่แรงงานไทยนิยมเดินทางไปทำงาน และเพื่อติดตามสภาพความเป็นอยู่ของคนทำงานเหล่านั้น จึงได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานไทยในต่างประเทศขึ้น โดยจับมือร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นำทีมแพทย์ - พยาบาล จากรพ.ราชวิถี และรพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพให้กับแรงงานไทยในบรูไน ซึ่งจากการตรวจจะพบว่าคนทำงานเหล่านั้นส่วนใหญ่จะมีปัญหาการสื่อสารกับแพทย์ท้องถิ่น ไม่ค่อยได้พบแพทย์จึงไม่ทราบว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพ เมื่อได้รับการตรวจและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก็จะช่วยให้ดูแลตนเองให้แข็งแรงปลอดจากโรคภัยได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันการเข้าไปตรวจสุขภาพยังช่วยให้ได้พบปะแลกเปลี่ยน มีโอกาสสอบถามข้อมูลกับแรงงานไทยในพื้นที่จริง ทำให้มีข้อมูลในการดูแลแรงงานไทยทั้งในเรื่องสภาพการทำงาน สภาพการจ้าง รวมไปถึงสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของแรงงานไทยได้เป็นอย่างดี และจากเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดีจึงเป็นโครงการที่น่าสนับสนุนและควรจะขยายผลเพิ่มเป็นปีละ 2 ครั้ง
ด้าน นางอารีวรรณ ศัพทอนันต์ อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านแรงงาน ประเทศบรูไน กล่าวว่า การจัดตรวจสุขภาพแรงงานไทยทำให้มีโอกาสได้พบแรงงานจำนวนมาก ซึ่งโอกาสอย่างนี้มีไม่มาก จึงอาศัยโอกาสนี้สัมภาษณ์ข้อมูลสภาพความเป็นอยู่จากแรงงานไทยเหล่านั้นด้วยตนเอง เพราะการมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเองจะช่วยให้เรารู้จักเขามากขึ้น ที่สำคัญยังทำให้เขารู้จักเรามากขึ้น เมื่อมีปัญหาอะไรจะได้ติดต่อขอความช่วยเหลือกับสำนักงานแรงงานไทยในบรูไนได้ถูกต้อง โดยการสัมภาษณ์ก็จะสอบถามในประเด็นเกี่ยวกับประวัติทั่วไปของแรงงาน สภาพการทำงานและสวัสดิการต่างๆที่นายจ้างดูแล รวมไปถึงอายุงานและวิธีการเดินทางเข้ามาทำงานที่บรูไน ทั้งนี้แรงงานส่วนใหญ่ที่ทำงานในบรูไนจะมีอายุงานค่อนข่้างสูง ราว 10 ปี ขึ้นไป เพราะที่บรูไนเปิดให้แรงงานต่างประเทศทำงานได้จนเกษียณ แต่จะอนุญาตให้ทำงานได้คราวละ 2 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อครบกำหนด แรงงานก็จะเดินทางกลับบ้านราว 1 เดือน แล้วกลับเข้ามาทำงานใหม่ โดยการเข้ามาทำงานที่บรูไนหากแรงงานติดต่อกับนายจ้างโดยตรงไม่ผ่านบริษัทจัดหางานจะเสียค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว 1.3 หมื่น เท่านั้น และจากข้อมูลที่สอบถามจากการลงพื้นที่ก็พบว่า แรงงานเหล่านี้ส่งรายได้กลับประเทศขั้นต่ำเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ในบางรายอาจส่งสูงถึง 2 - 3 หมื่นบาท
นายประเวทย์ ไพศาล อายุ 50 ปี ช่างแอร์จากบริษัท H S E Engineering ระบุว่า มาทำงานที่บรูไนแล้ว 15 ปี หลังจากเคยไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบียมาแล้วราว 10 ปี ปัจจุบันมีรายได้ประมาณเดือนละ 2 หมื่นบาท ไม่รวมโอที ซึ่งถ้ารวมแล้วบางเดือนอาจสูงถึง 3 - 4 หมื่นบาท ส่งรายได้กลับบ้านเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท พร้อมกล่าวถึงโครงการตรวจสุขภาพให้แรงงงานไทยว่า เป็นโครงการที่ดีมาก สร้างขวัญกำลังใจให้เป็นอย่างดี และต้องการให้มีเป็นประจำทุกปี เพราะแม้นายจ้างจะจัดสวัสดิการ เรื่อง รักษาพยาบาลให้แต่เพื่อนแรงงานบางคนก็สื่อสารกับแพทย์ท้องถิ่นไม่เข้าใจ
