www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมว. แรงงาน ลงพื้นที่พะเยา รับฟังปัญหาเอสเอ็มอี เข้าถึงมาตรการ บรรเทากระทบ 300

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผย ก. แรงงาน จัดแรงงานสัญจรลงพื้นที่พะเยา รับฟังปัญหา ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ป้องกันปิดกิจการ คาดสถานการณ์ยังปกติ สภาอุต ฯ ชี้ค่าแรง 300 ทำให้ความสัมพันธ์นายจ้าง – ลูกจ้างหาย หอการค้า ฯ แนะรัฐลงทุนโครงการใหญ่ในพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในขณะเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแรงงานสัญจรเสริมสร้างองค์ความรู้ให้สถานประกอบการกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ณ ห้องประชุมภูกามยาว ศาลากลางจังหวัดพะเยา ว่า กระทรวงแรงงานจัดโครงการแรงงานสัญจรเสริมสร้างองค์ความรู้ให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนให้นายจ้างเข้าถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมกันนี้จะเป็นเวทีเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค แลกเปลี่ยนประสบการณ์และหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการเลิกจ้าง ปิดกิจการของเอสเอ็มอี

 

              สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดพะเยา  ในปี 2555 พบว่า จังหวัดพะเยามีประชากร 489,129 คน มีสถานประกอบการจำนวน 1,238 แห่ง มีลูกจ้าง 9,009 คน ส่วนใหญ่เป็นการประกอบธุรกิจประเภทค้าปลีก ค้าส่ง รองลงมาเป็นกิจการก่อสร้าง สถาบันการเงิน ส่วนการเลิกจ้างมี 41 ราย จากสถานประกอบการ 22 แห่ง ทั้งนี้จากรายงานของศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พบว่า ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาเนื่องจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมี 5 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 8 คน อาทิ ผู้ประกอบการร้านนาฬิกา น้ำดื่ม และอลูมิเนียม ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากธุรกิจไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามา จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นคาดว่าผลกระทบมีไม่มากนัก ส่วนข้อเรียกร้องของประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ที่ให้กระทรวงแรงงานสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเยียวยาเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ขยายพื้นที่ชายแดนแรงงานต่างด้าวจากเชียงรายให้มาถึงจังหวัดพะเยาเพื่อให้สามารถจ้างแรงงานต่างด้าวมาทำงานได้มากขึ้น เป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และก่อสร้างถนนสายเชียงใหม่ - ด่านบ้านฮวก เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าไปยังเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว  เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและขยายระบบขนส่งโลจิสติกส์เพื่อรองรับการปรับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะต้องทราบความชัดเจนอีกครั้ง   ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการได้เสนอขอจ้างเป็นจ้างเหมารายชั่วโมงนั้นเรื่องดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามระบบคณะกรรมการค่าจ้างที่มาจากไตรภาคีเป็นผู้พิจารณา ซึ่งประกอบด้วย นายจ้าง ลูกจ้างและรัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานกำหนดตามกฎหมาย


                ด้านนายบุญชู  กมุทมาโนชญ์  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา กล่าวว่า การปรับอัตราค่าจ้างในจังหวัดพะเยาจาก 159 บาท เป็น 222 บาทในเดือนเมษายน 2555 และปรับเป็น 300 บาท ในเดือนมกราคม 2556 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบในพื้นที่ อาทิ กิจการสินค้าอุตสาหกรรมพื้นบ้าน กิจการโรงงานตะเกียบ กิจการประเภทเย็บปักถักร้อย นอกจากนี้ยังทำให้วิถีชีวิตของคนจังหวัดพะเยาเปลี่ยนแปลง เนื่องจากความผูกพันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างหายไป รัฐบาลต้องเยียวยาด้านสภาพจิตใจเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างไม่เห็นแก่ประโยชน์ทางธุรกิจและค่าจ้างมากเกินไป ทั้งนี้ได้ขอความช่วยเหลือภาครัฐบาล อาทิ ให้กระทรวงแรงงานสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเยียวยาเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ขยายพื้นที่เพื่อให้มีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จแรงงานต่างด้าวในจังหวัดพะเยาเพิ่มขึ้น ก่อสร้างถนนเพิ่ม 4 ช่องจราจร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและขยายระบบขนส่งโลจิสติกส์เพื่อรองรับการปรับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น และให้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำสินค้าออกมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการกระจายสินค้าและเพิ่มจีดีพีให้แก่เศรษฐกิจ


                ส่วนนายหัสนัย แก้วกุล ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ผลกระทบจากการปรับค่าจ้าง 300 บาท ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนค่าจ้างสูงขึ้น เพราะต้องปรับค่าจ้างให้พนักงานเก่าสูงขึ้นตามด้วย โดยผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการบริหารจัดการ ทั้งนี้ผู้ประกอบการไม่ได้มีการลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลนำโครงการการลงทุนขนาดใหญ่มาลงทุนที่จังหวัดพะเยา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่วนเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งนี้แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานที่ว่างจากการทำงานภาคเกษตร เนื่องจากเป็นช่วงที่ว่างเว้นจากฤดูเก็บเกี่ยว

 

***************************

 

กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ – ข่าว/
สมภพ ศีลบุตร – ภาพ /