นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานวันสตรีสากล ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ว่า สตรีมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมากว่า 3 ทศวรรษ ในปัจจุบันสตรีได้ก้าวเข้ามามีบทบาทการทำงานในเชิงเศรษฐกิจ และสาขาอาชีพต่างๆ โดยมีแรงงานสตรีที่อยู่ในระบบจำนวน 6 ล้านคน และนอกระบบจำนวน 11 ล้านคน ถือว่าเป็นแรงงานเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนแรงงานโดยรวมกระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จัดทำโครงการสำคัญ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานสตรีเป็นประจำทุกปีคือ โครงการรณรงค์ส่งเสริมสิทธิแรงงานสตรีในวันสตรีสากลซึ่งได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 9 นับตั้งแต่ปี 2548 สำหรับการจัดงานในปีนี้ได้กำหนดแนวคิดมุ่งเน้นให้สังคมหันมาตระหนัก ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการทำงานในลักษณะงานสีเขียว (Green Job) คือ การลดการใช้พลังงานวัตถุดิบ และช่วยลดรายจ่ายที่พึ่งพิงวัตถุ หลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อนุรักษ์และฟิ้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแรงงานสตรีจึงถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการพัฒนาประเทศไทยให้มุ่งไปสู่ประชาคมอาเซียน ได้อย่างเข้มแข็งต่อไป
“สำหรับกิจกรรมในวันนี้มีสตรีทำงานดีเด่นเข้ารับประทานโล่รางวัลจาก 6 ประเภท คือ ประเภทสตรีนักบริหารดีเด่น ประเภทสตรีผู้ปฏิบัติการดีเด่น ประเภทสตรีเครือข่ายและคุ้มครองแรงงาน ประเภทสตรีประกอบอาชีพอิสระดีเด่น ประเภทศิลปินสตรีดีเด่น และประเภทพิธีกรสตรีดีเด่น รวมทั้งสิ้นจำนวน 32 ราย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าว
นางพูนสุข มุสิกลัด รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น สาขาสตรีนักบริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่น กล่าวว่า ตนรู้สึกภาคภูมิใจมากที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและองค์กร โดยยึดหลักการทำงานด้วยการพัฒนาตนเองในด้านความรู้ ความสามารถนำเอาศักยภาพของตัวเองมาใช้ให้เต็มที่ รวมไปถึงการสร้างทีมงานที่ดี เพื่อจะได้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ร่วมกัน อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่า ควรส่งเสริมให้สตรีในยุคปัจจุบันเร่งพัฒนาความรู้ด้านวิชาชีพ รวมไปถึงการพัฒนาสวัสดิการด้านสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะหากมีผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีแล้วก็ย่อมจะมีกำลังใจ ที่ดีสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีต่อไปได้
