นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในการประชุมหารือ เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าการทำงานในเรื่องของการป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องดำเนินงานร่วมกันในรูปแบบของการบูรณาการ ช่วยกันตรวจสอบเพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่ดีขึ้น ซึ่งทางภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน มีความยินดีรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาได้รับข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์อันนำไปสู่การป้องกันและปราบปรามอย่างตรงจุด อาทิ เรื่องของการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปี ในห้องเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำ การใช้แรงงานเด็กในภาคการเกษตร ซึ่งทางกระทรวงแรงงาน ได้เร่งทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยที่ผ่านมาได้มีการเชิญผู้ประกอบการล้งกุ้งและอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ มาให้ความรู้ รับทราบถึงสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศ พร้อมร่วมประกาศเจตนารมย์และลงนามบันทึกข้อตกลงไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ศูนย์ประสานงานแรงงานประมง ที่ตั้งขึ้นทั้ง 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง ตราด ชุมพร สงขลา ระนอง และสตูล ดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ลูกจ้างและนายจ้าง ก่อนลงเรือออกทะเล เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรับทราบข้อมูล เรื่องสิทธิต่างๆที่ลูกจ้างจะต้องได้รับการดูแล เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดต่อหลักกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การสร้างความเข้าใจเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานร่วมกันหลายๆฝ่าย เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว การทำงานบูรณาการร่วมกัน ก็จะทำให้เกิดปัญหากับทุกฝ่ายได้เช่นกัน ซึ่งจะผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในที่สุด ปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนในขณะนี้คือ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Tip Report) ให้ประเทศไทยอยู่ใน Tier 2 Watch List หรือประเทศที่ถูกจับตามอง ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะบางเรื่องก็ขัดแย้งกับวัฒนธรรมของประเทศไทย เช่น กรณีการแข่งขันชกมวยของเด็กในงานประเพณี หากไม่เข้าใจก็จะมองว่า ประเทศไทยทารุณกรรมเด็ก ทั้งๆที่การต่อสู้ดังกล่าว เป็นศิลปะการป้องกันตัว ที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน และเป็นประเพณีปกติที่เด็กไทยจะเรียนรู้มวยไทย
