สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น กระทรวงแรงงาน แจ้งข้อกฎหมายมาตรฐานแรงงานสำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในญี่ปุ่นว่า ประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายมาตรฐานแรงงานสำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในญี่ปุ่นเกี่ยวกับการตกลงจ้างงาน ค่าจ้าง และชั่วโมงทำงาน วันหยุดพักผ่อนประจำปี ซึ่งในการการตกลงจ้างงาน จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาตรฐานแรงงาน เช่นกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ กฎหมายความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงาน กฎหมายชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงาน กฎหมายประกันการมีงานทำ เป็นต้น นอกจากนี้ กฎหมายมาตรฐานแรงงานยังมีข้อห้ามมิให้นายจ้างนำเหตุผลเรื่องสัญชาติของลูกจ้างมาใช้ในการกำหนดเงื่อนไขค่าจ้าง เวลาทำงาน และเงื่อนไขการจ้างงานอื่นๆ โดยแรงงานต่างชาติที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่นจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานเช่นเดียวกับคนญี่ปุ่น
สำหรับหลักการสำคัญของสัญญาจ้างที่ต้องคำนึงถึงคือเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญของการตกลงจ้างงาน ซึ่งนายจ้างจะต้องระบุเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญ 6 ประกอบด้วย ระยะเวลาการจ้างงาน สถานที่ทำงานและลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ มีการทำงานล่วงเวลาหรือไม่ เวลาเริ่มและเวลาเลิกงาน เวลาพัก วันหยุด วันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวนเงินค่าจ้าง วิธีคำนวณค่าจ้าง วิธีการจ่ายค่าจ้าง ระยะเวลาการคิดค่าจ้าง กำหนดวันจ่ายค่าจ้าง และเงื่อนไขเกี่ยวกับการลาออกจากงานและเงื่อนไขของการเลิกจ้าง โดยสัญญาจ้างงานต้องทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ลูกจ้างเก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ หากปรากฏว่าการจ้างงานไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาที่ระบุไว้ข้างต้น ลูกจ้างสามารถบอกเลิกจ้างสัญญาจ้างได้ทันที หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งของเงื่อนไขสัญญาจ้างขัดต่อกฎหมายมาตรฐานแรงงานให้ถือว่าส่วนนั้นเป็นโมฆะให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ในส่วนของระยะเวลาของสัญญาจ้าง สามารถทำสัญญาจ้างโดยไม่กำหนดระยะเวลาสัญญาจ้างก็ได้หรือหากมีกำหนดระยะเวลาสัญญาจ้างไม่สามารถระบุระยะเวลาการจ้างเกิน 3 ปีขึ้นไป ยกเว้นการทำสัญญาจ้างงานที่เป็นโครงการสามารถระบุเวลาเกิน 3 ปีได้จนกว่างานของโครงการจะแล้วเสร็จ ในส่วนของการทำสัญญาจ้างงานที่มีความรู้เฉพาะทางระดับสูงหรือการจ้างลูกจ้างที่มีอายุมากกว่า 60 ปี สามารถทำสัญญาจ้างที่มีระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 5 ปี อย่างไรก็ตาม สำหรับระเบียบในการทำงานสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเกิน 10 คนขึ้นไปจะต้องจัดทำระเบียบการทำงานและยื่นต่อสำนักงานมาตรฐานแรงงาน พร้อมทั้งต้องระบุในระเบียบการทำงานของสถานประกอบการด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสด ยกเว้นการมีข้อกฎหมายหรือมีข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดยจ่ายให้กับเจ้าตัวลูกจ้างเท่านั้นและต้องจ่ายทั้งหมดเต็มจำนวน ยกเว้นการหักภาษี ค่าเบี้ยประกันสังคม โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับการประกันค่าจ้างและค่าจ้างขั้นต่ำหากหยุดดำเนินกิจการเนื่องจากเหตุผลของนายจ้างเอง นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยการหยุดงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของค่าจ้างแก่ลูกจ้าง กรณีที่ลูกจ้างล้มป่วยหรือประสบภัยพิบัตินายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในส่วนที่ลูกจ้างได้ทำงานไปแล้วหากลูกจ้างร้องขอ โดยนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามเขตท้องที่หรือค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละประเภทอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าจ้าง ค่าชดเชยจากการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานหรือเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆ ต่อนายจ้างได้ภายใน 2 ปีส่วนค่าชดเชยการออกจากงานสามารถเรียกร้องได้ภายใน 5 ปี
ในส่วนของกฎหมายมาตรฐานแรงงานเกี่ยวกับชั่วโมงทำงาน วันหยุด รวมถึงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ของประเทศญี่ปุ่นกำหนดชั่วโมงการทำงานปกติ ให้ลูกจ้างทำงานได้ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ยกเว้นกิจการเหล่านี้กฎหมายจะอนุญาตให้ทำงาน 44 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ได้ อาทิ กิจการค้าขายที่มีลูกจ้างไม่เกิน 10 คน กิจการที่เกี่ยวกับมหรสพหรือโรงละคร เป็นต้น นอกจากนี้ กฎหมายอนุญาตให้กิจการที่มีปริมาณงานไม่สม่ำเสมอ สามารถกำหนดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ นายจ้างจะต้องให้ลูกจ้างหยุดพักระหว่างการทำงานด้วย ในส่วนของการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดหากนายจ้างต้องการให้ลูกจ้างทำงานเกินกว่าชั่วโมงทำงานที่กฎหมายกำหนดไว้หรือมาทำงานในวันหยุดจะต้องมีการทำข้อตกลงกับตัวแทนของลูกจ้างโดยต้องแจ้งสำนักงานมาตรฐานแรงงานทราบด้วย ทั้งนี้ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างในชั่วโมงทำงานปกติในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 กรณีลูกจ้างทำงานในวันหยุดจะต้องจ่ายในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 35 และหากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาเกิน 60 ชั่วโมงใน 1 เดือน จะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยสถานประกอบการขนาดกลางและเล็กซึ่งได้รับการยกเว้น และเนื่องจากระบบการกำหนดวันทำงานของญี่ปุ่นมีหลายแบบและมีรายละเอียด ข้อยกเว้น ดังนั้น ขอให้ลูกจ้างสอบถามเรื่องการคิดค่าจ้างล่วงเวลาจากนายจ้างโดยละเอียด
สำหรับการหยุดพักผ่อนประจำปี ที่ญี่ปุ่นกำหนดให้นายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันเกิน 6 เดือนขึ้นไปและมีจำนวนวันมาทำงานเกินร้อยละ 80 ขึ้นไป ใช้สิทธิการลาหยุดพักผ่อนประจำปีโดยรับค่าจ้างได้ติดต่อกัน 10 วันติดต่อกันหรือไม่ติดต่อกันก็ได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายมาตรฐานแรงงานมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้ลูกจ้างออกจากงาน ดังนี้ 1) นายจ้างจะให้ลูกจ้างออกจากงานต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน หากไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ให้จ่ายเงินชดเชยการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นจำนวนเงินค่าจ้างเฉลี่ย 30 วัน กรณีลูกจ้างอยู่ในระหว่างทดลองงานเกินกว่า 14 วัน นายจ้างจะต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบเช่นกัน ยกเว้นกรณีเกิดภัยธรรมชาติและกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ รวมถึงการลาออกเนื่องจากสาเหตุจากความรับผิดชอบของลูกจ้างเอง ซึ่งนายจ้างได้แจ้งต่อสำนักงานมาตรฐานแรงงานและได้รับการรับรองแล้ว
