นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในการหารือกับ ดร.พรชัย ด่านวิวัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เกี่ยวกับแนวทางการทำความตกลงด้านแรงงานระหว่างประเทศไทย-โอมาน ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานและการจัดส่งแรงงานว่า สืบเนื่องจากเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ได้มีโอกาสเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลโอมาน ทำให้ทราบแนวคิดในการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ และมีนโยบายทำความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับประเทศไทยในการจัดส่งแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ได้เสนอเรื่องนี้มายังกระทรวงแรงงาน และให้ความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นโอกาสในการส่งเสริมและขยายตลาดแรงงานสำหรับแรงงานไทย จึงเห็นควรสนับสนุนให้เกิดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นที่รัฐบาลโอมานสนใจ ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน ในสาขาช่างเหล็ก ช่างเชื่อม ช่างยนต์ เป็นต้น 2) จัดส่งแรงงานไทยที่มีฝีมือและกึ่งฝีมือเข้าสู่ตลาดโอมานในลักษณะรัฐต่อรัฐต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับการหารือของเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมานเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำความตกลงด้านแรงงานกับประเทศโอมาน แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ 1) ด้านการจัดส่งแรงงานระดับกึ่งฝีมือและระดับฝีมือ โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งแม้ทางโอมานจะกำหนดสัดส่วนให้ต้องจ้างแรงงานโอมานอย่างน้อยร้อยละ 70 แต่ตลาดแรงงานโอมานก็ยังต้องการจ้างงานแรงงานต่างชาติอีกจำนวนมาก โดยค่าจ้างขั้นต่ำของโอมานจะมีการปรับในเดือนกรกฎาคม 2556 จาก 16,000-17,000 บาทต่อเดือนเป็น 25,000 บาทต่อเดือน 2) ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน ทางโอมานต้องการให้กระทรวงแรงงานจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือแรงงาน และส่งผู้ผ่านการฝึกอบรมให้ตามที่ต้องการ หรือส่งวิทยากรของไทยไปดำเนินโครงการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับคนท้องถิ่นในประเทศโอมาน
“ในประเด็นการอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับคนท้องถิ่นในประเทศโอมานอยากให้เป็นการอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ คืออยากให้มีการสร้างความผูกพันกับคนในประเทศโอมานเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางการค้า เพื่อประโยชน์ในระยะยาวต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันทราบดีว่าแรงงานในประเทศไทยยังขาดแคลนอยู่มากจึงต้องส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศด้วย แต่หากการเดินไปทำงานที่ประเทศโอมานทำให้แรงงานไทยได้รับรายได้ที่ดีว่าก็พร้อมที่จะสนับสนุน” ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าว
ด้าน ดร.พรชัย ด่านวิวัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน กล่าวว่าในส่วนของการร่าง MOU จะมีการสืบค้นตัวอย่างการทำ MOU ด้านแรงงานที่โอมานเคยทำกับประเทศต่างๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกัน และเห็นควรประสานการจัดตั้งคณะทำงานยกร่าง MOU ของฝ่ายไทยและฝ่ายโอมาน โดยในส่วนของฝ่ายไทยอาจประกอบด้วยด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน อาทิ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมการจัดหางาน โดยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต และฝ่ายแรงงานฯ ณ กรุงอาบูดาบีเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
