โดยมีผู้แทนจาก 2 หน่วยงานร่วมประชุม ได้แก่ นายเชื่อง ชาติอริยะกุล รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ด้านเศรษฐกิจและสังคม และพอ.ท.ภุชงค์ รัตนวรรณ ประธานคณะอนุกรรมการการติดตามและประสานงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงแรงงาน เพื่อให้แรงงานในพื้นที่ดังกล่าวมีอาชีพเลี้ยงตัว อาจเป็นการสร้างกิจการเล็กๆ ขึ้นภายในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ หรือหากเป็นไปได้ถ้ามีโอกาสไปทำงานต่างประเทศ ก็จะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้นำเข้าประเทศอีกทางหนึ่ง
ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นต่างๆ มาหารืออย่างกว้างขวางและเข้มข้น ทั้งโครงการเฉพาะหน้า เพื่อการฝึกอบรมช่างเชื่อม หรือช่างประเภทอื่นใด ให้แรงงานในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งไปทำงานต่างประเทศ เป้าหมายตั้งไว้ที่จำนวน 200 คน แนวทางการฝึกอบรม อาทิ หลักสูตร สถานที่ งบประมาณ โดยกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ แนวทางการจัดหาตำแหน่งงาน และการจัดส่งไปทำงาน ทั้งในด้านประเทศที่จะรับ ค่าใช้จ่าย รายได้ การสนับสนุนค่าใช้จ่าย เป็นต้น
ส่วนโครงการระยะยาวได้แก่ การวางแผนฝึกอบรมและส่งแรงงานเหล่านี้ไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย ผอ.ศอ.บต.จะต้องมียุทธศาสตร์วิธีการที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหาการไม่มีงานทำให้หมดสิ้นหรือบรรเทาเบาบางลง ซึ่งที่ประชุมเสนอให้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับรองวิทยฐานะคนในพื้นที่ที่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันออกกลาง รวมทั้งเป็นผู้ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และเสนอแนะด้านขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติงาน สวัสดิการ และความเป็นอยู่แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ด้วยการรับฟังปัญหา อุปสรรค การรับข้อร้องขอ เพื่อแจ้งผลให้ผู้บริหารระดับกระทรวง กรม ในส่วนกลางได้รับทราบ เพื่อประสาน สนับสนุน อนุเคราะห์ แก้ไข และอื่นๆ เป็นการช่วยเยียวยาข้าราชการในสังกัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบอีกโสดหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ยังกำหนดขอบข่ายภารกิจของผู้ช่วย ผอ.ศอ.บต.ด้านแรงงาน ให้วางแผนพัฒนาศักยภาพความสามารถแรงงานในพื้นที่ให้มีความรู้ ความสามารถ และมีงานทำ การติดตามและประเมินผลด้านแรงงาน ปัญหาการว่างงาน สนับสนุนและส่งเสริมการฝึกทักษะงานด้านการพัฒนาอาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนในพื้นที่ การส่งออกแรงงานที่มีความรู้ ความสามารถ สู่ตลาดตะวันออกกลางและประเทศเพื่อนบ้านอย่างถูกกฎหมาย ส่งเสริมให้มีการก่อสร้างโรงงานและสถานประกอบการไว้รองรับแรงงานเหล่านี้ การแก้ไขปัญหาแรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย เช่นแรงงานไทยไปทำงานร้านต้มยำกุ้งที่มีอยู่อย่างดาษดื่นในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้มีปัญหาว่าประเทศมาเลย์จะส่งกลับ เพราะพบว่าส่วนใหญ่ไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ตรงนี้เราต้องแก้ไข ตลอดจนส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ผลิตบุคลากรด้านแรงงานที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทอีกด้วย
“ผมเน้นย้ำอยู่เสมอว่าหน่วยงานของกระทรวงแรงงานจะต้องเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารแนะนำตำแหน่งงาน การเข้ารับการฝึกฝนพัฒนาฝีมือ อาชีพในอนาคตที่ผู้ใช้แรงงานจะได้ทำ ด้วยการจัดทำเป็นแผ่นพับ เอกสารภาษาท้องถิ่น ซึ่งในชายแดนภาคใต้ก็คือภาษายาวี และภาษาอาหรับ แล้วส่งไปให้ผู้นำศาสนาโต๊ะอิหม่าม ตามมัสยิด สุเหร่า แจกจ่ายในชุมชน เขาก็ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ขอให้ทำเป็นภาษาที่เขาเข้าใจได้จึงจะเกิดประโยชน์”
“และแรงงานของเราในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เองก็มีฝีมือประณีตมากด้านการทำผ้าคลุมหน้า หมวกกะปิเย๊าะ เราเคยประสานไปทางตลาดตะวันออกกลาง เช่นประเทศกาตาร์มาแล้ว จึงขอให้คำนึงถึงการหาตลาด ความถูกต้องในการจัดส่ง เพราะเรามีแรงงานที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้ประสานประเทศปลายทางว่าต้องการแรงงานของเราที่มีคุณสมบัติอื่นใดนอกเหนือจากนี้ เช่นเรื่องภาษา การอบรมให้ความรู้ด้านศาสนา วัฒนธรรม ของประเทศปลายทาง ก่อนส่งไปเป็นต้น” นายจุฑาธวัชกล่าว
