www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมว.แรงงาน เปิดสัมมนาปฏิญญาฯ ว่าด้วยการคุ้มครองและการส่งเสริมสิทธิของแรงงานต่างด้าว
ประเทศไทยถือเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับในด้านของแรงงาน การที่มีปฏิญญาสมาคม ประชาชาติเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการคุ้มครองและการส่งเสริมสิทธิของแรงงานต่างด้าวขึ้นถือเป็นสิ่งดี  ซึ่งจะทำให้แรงงานไทยที่อยู่ต่างประเทศได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายและระเบียบเดียว  และในทางกลับกันแรงงานต่างชาติก็ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2550  นายอภัย  จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประธานเปิดการสัมมนาปฏิญญาสมาคมประชาชาติเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการคุ้มครองและการส่งเสริมสิทธิของแรงงานต่างด้าว ณ โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว กรุงเทพฯ กล่าวว่า การสัมมนาระดับชาติในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่  12 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ได้กล่าวถึงปฏิญญาสมาคมประชาชาติเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการคุ้มครองและการส่งเสริมสิทธิของแรงงานต่างด้าว ซึ่งในแต่ละประเทศที่มีการส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ รวมถึงประเทศที่มีการรับคนเข้ามาทำงานในประเทศจะต้องมีการปฏิบัติต่อแรงงานเหล่านั้นตามหลัก มนุษย์ธรรม ศีลธรรม ระเบียบ และภายใต้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งยังรวมถึงประเทศสมาชิกจะต้องรับและดูแลแรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกกฎหมายและที่ผิดกฏหมาย เข้าทำงานด้วย

นางสุนี  ไชยรส  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  กล่าวว่า  ปฏิญญาอาเซียนเป็นเสมือนข้อตกลงระหว่างประเทศที่มาช่วยกันรณรงค์ และจะต้องมีการสร้างกลไกที่เป็นรูปธรรม ติดตาม และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในส่วนของการดูแลแรงงานต่างด้าวที่เข้าทำงานในแต่ละประเทศของอาเซียน ซึ่งการดูแลแรงงานที่ดีไม่ว่าจะเป็นการดูแลแรงงานของประเทศไทยหรือการดูแลแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศก็เปรียบเสมือนการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งจะทำให้สถานการณ์แรงงานทั้งประเทศผู้รับและประเทศผู้ส่งมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน  นายอภัย  จันทนจุลกะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ยังให้การต้อนรับผู้แทนสมาคมสายใยครอบครัว สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา โดยกล่าวว่า การที่สมาคมฯ มาพบในวันนี้ได้เสนอให้การรักษาโรคจิตเวชในกรณีเฉียบพลันซึ่งต้องทำการรักษาทันทีและระยะเวลาในการรักษาไม่เกิน 15 วันที่ทางสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดไว้นั้น ทางการแพทย์เห็นว่าการรักษาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 สัปดาห์ แต่ในเรื่องนี้ก็ได้มีการทำงานและดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งตนก็รับที่จะช่วยดูแลในเรื่องนี้ให้ เนื่องจากสภาพความเจ็บป่วยก็จะต้องดูแลให้เพื่อประสิทธิภาพของงานและความสุขของครอบครัว ซึ่งวันนี้กระทรวงแรงงานก็ได้ดูในส่วนนี้ด้วย