นายจุฑาธวัช กล่าวว่า จากรายงานจะเห็นได้ว่าการดำเนินการเรื่องนี้มีระยะเวลานานแล้ว ที่จะให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การบริหารแรงงานใสสะอาด จึงรู้สึกยินดีที่การสัมมนานี้คาดว่าจะได้มีการปรับเปลี่ยนค่านิยมการทำงาน โดยอิงหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลากรของกระทรวงฯให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการเน้นการรายงานความคืบหน้าต่างๆสู่ผู้บังคับบัญชาได้ทราบและพิจารณาในโอกาสต่อไป
“ หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงเป็นกระแสโลกนั้น เราซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติจะต้องติดตามและปรับเปลี่ยนให้ทันกระแส นั่นจึงถือได้ว่าเป็นกฎหมาย เป็นสัจธรรม เราจึงต้องมีหลัการเพื่อประยุกต์ใช้กับกระแสที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง จึงจะนับว่าเป็นผู้ดำเนินการไปตามครรลองที่เหมาะสมและ ต้องให้ความยุติธรรม ด้วยดุลยพินิจที่ถูกต้อง สู่ความเป็นบรรทัดฐาน เป็นแนวปฏิบัติที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เห็นว่าที่ทำๆกันมาผิดอยู่แล้วแต่ก็ยังทำกันต่อไป ” นายจุฑาธวัช กล่าว
สุดท้ายปลัดกระทรวงแรงงานได้เน้นว่าการดำเนินการสืบสวนและดำเนินการทางวินัยจำเป็นต้องมีเงื่อนไขด้านเวลาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพราะหากใช้เวลานานเกินไปอาจจะเป็นสิ่งที่ยุติธรรม เพราะผู้ที่ถูกดำเนินการเหล่านี้จะต้องถูกระงับการขึ้นเงินเดือนด้วยนั่นเอง
