เมื่อวันพุธที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี "วันประกาศถอดตรวนผู้ต้องขัง" โดยมีนายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจตรีเกษม รัตนสุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย พันตำรวจเอกสุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ และนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนผู้ต้องขังที่ได้รับการถอดตรวน และญาติของต้องขัง เข้าร่วมในพิธีฯ ณ เรือนจำกลางบางขวาง ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการสร้างหลักประกันความมั่นคงในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ โดยได้มอบนโยบายให้กระทรวงยุติธรรม เพื่อเป็นแนวทางกำหนดให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามภารกิจเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญ และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน กระทรวงยุติธรรมจึงได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ศึกษาข้อกฎหมายและความเป็นไปได้ในการผ่อนปรน หรือปลดเปลื้องเครื่องพันธนาการโดยเฉพาะ “ตรวน” ให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ต้องจำตรวนตลอดเวลาภายในเรือนจำเพื่อความเป็นสากล และรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๘
พันตำรวจเอกสุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เรือนจำกลางบางขวาง เป็นเรือนจำความมั่นคงสูง สำหรับควบคุมผู้ต้องราชทัณฑ์สูงสุดถึงโทษประหารชีวิต โดยทางเรือนจำกลางบางขวาง ได้เริ่มดำเนินการทดลองถอดตรวนให้กับผู้ต้องขังที่จำตรวนทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ โดยผู้ต้องขังที่ได้รับการถอดตรวนประกอบด้วยผู้ต้องขังที่มีกำหนดโทษต่ำกว่า ๕๐ ปี จำนวน ๑๖ ราย และผู้ต้องขังที่มีกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิต จำนวน ๓๔ ราย และผู้ต้องขังที่มีกำหนดโทษประหารชีวิต จำนวน ๕๑๓ ราย รวมจำนวนผู้ได้รับการถอดตรวนทั้งสิ้น ๕๖๓ ราย ซึ่งการถอดตรวนในครั้งนี้ปรากฏว่าเกิดผลดีในเชิงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ต้องขังและญาติ โดยผู้ต้องขังและญาติล้วนมีทัศนคติในเชิงบวกต่อแนวนโยบายดังกล่าว ถึงแม้ว่าวันนี้ผู้ต้องขังทั้งหลายนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ทั้งนี้การถอดตรวนดังกล่าว นำมาซึ่งความสุขจากอิสรภาพที่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระ ปราศจากพันธนาการจากโซ่ตรวน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ต้องขังกลุ่มนี้ไม่มีการกระทำผิดวินัยผู้ต้องขังแต่อย่างใด ดังนั้นกรมราชทัณฑ์จะได้ขยายแนวนโยบายนี้ไปยังเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งทั่วประเทศต่อไป
นอกจากนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้บริหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ โดยให้ตระหนักถึงภารกิจ หน้าที่ในการควบคุมรวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง และน้อมนำแนวทางตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการอบรมแก้ไขพฤติกรรม และการฝึกอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง ทั้งนี้เพื่อจะได้กลับมาเป็นคนดีของสังคมภายหลังพ้นโทษ รวมทั้งขอให้ช่วยกันป้องกันยาเสพติดภายในเรือนจำ เพื่อยกระดับให้เป็นเรือนจำสีขาว อันจะเป็นประโยชน์ต่องานราชทัณฑ์อย่างยิ่ง
*************************************