www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
“รมว.ยุติธรรม” หารือเลขาธิการ APG ต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะหารือร่วมกับเลขาธิการกลุ่มความร่วมมือเพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Group on Money Laundering- APG) ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของไทย

                      เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๖ พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกสีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และคณะ หารือร่วมกับนายกอร์ดอน ฮุค เลขาธิการกลุ่มความร่วมมือเพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Group on Money Laundering - APG) ในประเด็นเรื่องการประเมินผลการต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของไทย ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

                       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังการหารือกับเลขาธิการกลุ่มความร่วมมือ เพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิคว่า จากการหารือสามารถสรุปประเด็นในการหารือ ดังนี้
                       ๑.ประเด็น APG ขอเลื่อนช่วงระยะที่จะมีการประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของประเทศไทยครั้งใหม่ จากเดิมที่กำหนดไว้คือไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๐๑๕ (พ.ศ.๒๕๕๘) เลื่อนมาเป็นปี ๒๐๑๔ (พ.ศ.๒๕๕๗) แต่จากการหารือได้ข้อสรุปว่า เพื่อให้เกิดความพร้อมประเทศไทยจึงยืนยันกับทาง APG ขอให้มีการประเมินในช่วงเวลาเดิมคือ ไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๐๑๕
                       ๒.ประเด็นการสนับสนุนประเทศไทยให้ได้รับการถอดชื่อออกจากประกาศสาธารณะของ FATF (FATF Public Statement) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงนายกอร์ดอน ฮุคว่า รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมีการปรับองค์กร เพิ่มงบประมาณและอัตรากำลังบุคลากรต่างๆเพื่อให้สอดคล้องรองรับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายต่างๆให้สอดคล้องรองรับมาตรฐานสากลแล้ว
                       ๓.ประเด็นข้อห่วงใยจากคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ในบางประเด็น ซึ่งทางประเทศไทยพยายามแก้ปัญหา เช่น ในเรื่องการจัดทำคำแปลกฎหมายที่ออกใหม่อย่างเป็นทางการ การแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานสากลได้อย่างครบถ้วน โดยทางประเทศไทยรับที่จะดำเนินการให้ครบถ้วน โดย APG ได้หยิบยกตัวอย่างบางประเทศที่แม้จะมีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย แต่ข้อบทบางประการที่ยังมีข้อขัดข้องไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จึงยังถูกจัดในบัญชีดำว่าเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังทางการเงินอยู่ ซึ่งประเทศดังกล่าวจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลจึงจะสามารถพ้นออกจากบัญชีดำได้ สำหรับประเทศไทยนั้น ได้ดำเนินการการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดยหารือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund -IMF) ซึ่งโดยหลักการแล้ว กฎหมายของประเทศไทยมีความสอดคล้องเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้น จึงควรให้ประเทศไทยใช้กฎหมายฉบับนี้ไปก่อน ซึ่งหากมีข้อขัดข้องหรือมีข้อบทใดที่ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ประเทศไทยจะรับข้อพิจารณาเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป สำหรับประเด็นการเดินทาง  มาประเมินของ FATF ที่จะเดินทางมาประเมินประเทศไทย ซึ่งในช่วงวันที่ ๗-๘ พฤษภาคมนี้ ทางคณะกรรมการประเมิน ICRG (International Cooperation Review Group) จะพยายามให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการพิจารณารายงานผลการสรุปในเบื้องต้นด้วย
                       ๔.ประเด็นกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence-CDD)  ทาง APG ได้สอบถามว่าจะดำเนินแล้วเสร็จเมื่อใดและจะดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างไร ซึ่งฝ่ายไทยรับที่จะไปเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว โดยจะเร่งประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตรวจพิจารณาให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ โดยจะให้มีผลบังคับใช้ก่อนการประชุมของ FATF ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ ณ กรุงออสโลว์ ประเทศนอร์เวย์ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและเร่งรัดให้มีการบังคับใช้เป็นกฎหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม
                       ๕.ประเด็นความเห็นเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก FATF ซึ่งทาง APG ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ APG อยู่แล้ว อย่างไรก็ดีการเป็นสมาชิก FATF มีเงื่อนไขและการดำเนินงานที่จะต้องปฏิบัติอยู่หลายประการ ซึ่งประเทศไทยรับทราบหลักเกณฑ์เบื้องต้นต่างๆ และจะได้เตรียมข้อมูลต่างๆ ไปพูดคุยกับประธาน FATF ในการประชุม ณ กรุงออสโลว์ ประเทศนอร์เวย์ ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้

                        ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีกำหนดการหารือกับประธาน FATF (FATF President) ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ และคาดว่าจะเข้าร่วมประชุมเพื่อสังเกตการณ์ในการประชุมของ APG ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖ อีกด้วย

*************************************************