www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
"ก.ยุติธรรม" จัดประชุมกำหนดแนวทางบริหารจัดการคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กระทรวงยุติธรรม จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่ประชุมได้พิจารณาขยายเขตพื้นที่การประกาศใช้มาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑ และการลดพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่วนพื้นที่ยังไม่ประกาศใช้มาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จะมีการบริหารจัดการการบังคับใช้กฎหมายอย่างบูรณาการร่วมกันเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลเข้าสู่กระบวนการสันติภาพมากขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐น. พลตำรวจเอกประชา  พรหมนอก  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์  ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม ๒ ชั้น ๘ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการขยายเขตพื้นที่การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๑และการลดพื้นที่การประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้เป็นไปตามความเห็นของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๑ อาจมีการบริหารจัดการการบังคับใช้กฎหมายอย่างบูรณาการร่วมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าสู่กระบวนการสันติภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ในการจะประกาศลดหรือเพิ่มพื้นที่ และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทาง กอ.รมน.ในฐานะผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้พิจารณาสถานการณ์รวมถึงการกลั่นกรองกลุ่มบุคคลที่จะนำเข้าสู่มาตรา ๒๑ โดยจะมีการแต่งตั้งอัยการร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองด้วย เพื่อแยกให้ชัดว่ากลุ่มใดคือกลุ่มผู้กระทำความผิดและกลุ่มใดคือกลุ่มผู้หลงผิด และเตรียมเสนอเรื่องดังกล่าวต่อศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการบูรณาการความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกัน สำหรับนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ให้ได้ผลที่ชัดเจนขึ้น รวมทั้งการเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเช่นในตำแหน่งพนักงานสอบสวน