เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ พลตำรวจโทมาโนช ไกรวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา และคณะ ในโอกาสมาศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงานของกระทรวงยุติธรรม พร้อมทั้งแนะนำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และแถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรมในรอบ ๑ ปี ให้แก่คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม ๒ ชั้น ๘ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการดำเนินงานฯ ว่า กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลใน ๔ ด้าน ประกอบด้วย ด้านส่งเสริมความเป็นธรรม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การช่วยเหลือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางอาญา โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โครงการคืนคนดีสู่สังคม เพื่อช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครบครัว และไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ โดยสำนักกิจการยุติธรรม ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำ โดยจัดตั้งเรือนจำสีขาวปลอดยาเสพติด จำนวน ๕๒ แห่ง โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษามหาราชินี โครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด โดยกรมคุมประพฤติ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการปราบปรามการบุกรุกที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมายในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ และโครงการ “ข้าราชการไทยใจสีขาว” เพื่อหาข้าราชการต้นแบบที่มีความประพฤติดี รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อเพิ่มช่องทางในการแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชั่นตลอด ๒๔ ชั่วโมง ได้ที่หมายเลข ๑๒๐๖ โดยสำนักงาน ป.ป.ท. การมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน ได้ดำเนินการยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดจาก “วาระแห่งชาติ” เป็น “วาระแห่งภูมิภาค” โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านยาเสพติด เพื่อย้ำเจตนารมณ์การต่อสู้กับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังร่วมกับประเทศอาเซียน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และมุ่งเน้นการสกัด การลักลอบการค้ายาเสพติดในภูมิภาคของกลุ่มประเทศอาเซียนและนำไปสู่การเป็นเขตปลอดยาเสพติดภายในปี ค.ศ. ๒๐๑๕
