www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
“บิ๊กยุติธรรม” ดันคลอดกฎหมายปกป้องสิทธิผู้ป่วยสมองตาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมผลักดันกฎหมายทางการแพทย์ว่าด้วยเรื่องสมองตาย หวังให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีข้อยกเว้น และให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

                           เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนากฎหมายทางการแพทย์ เรื่องสมองตาย : การตายตามกฎหมายที่แพทย์วินิจฉัยและนักกฎหมายควรทราบ ณ ห้องประชุมนายแพทย์ไพจิตร ปวะบุตร อาคาร ๗ ชั้น ๙ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข  ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ อาทิ แพทย์ อาจารย์มหาวิทยาลัย ทนายความ ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา นักกฎหมาย ฯลฯ

                            นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาการตายทางการแพทย์ที่เรียกว่า สมองตาย นี้ได้เกิดขึ้นมาช้านานแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างวิชาการทางแพทย์และทางกฎหมาย โดยทางการแพทย์ตามหลักวิชาการยืนยันว่าผู้ที่สมองตายนั้นถือว่าเป็นการตายแล้วและแพทย์สามารถยุติการรักษาชีวิตเพื่อนำเอาอวัยวะไปปลูกถ่ายต่อไปได้ ส่วนทางนักกฎหมายนั้นยึดหลักตัวบทกฎหมายที่ว่าผู้ป่วยสมองตายนั้นถือว่าตายแล้ว ส่วนการตายด้วยภาวะสมองตายนั้นยังไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอนที่จะวินิจฉัยและอาจเกิดการยุติชีวิตผู้ป่วยโดยอ้างว่าอยู่ในสภาวะสมองตายโดยไม่สมควรหรือมีเหตุผลแอบแฝงจึงหาข้อยุติไม่ได้                               

                            สำหรับการจัดสัมมนาในเรื่องนี้ถือเป็นการพัฒนามุมมองเชิงวิชาการด้านการแพทย์และด้านกฎหมาย และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้แพทย์ นักกฎหมาย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจในการรับรองการตายโดยเกณฑ์สมองตาย และขั้นตอนในการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสังคมในภาพรวมและสามารถนำไปปฏิบัติตามผลบังคับใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการหาข้อสรุปและข้อยุติ เพื่อนำไปสู่การผลักดันเป็นกฎหมายในภายภาคหน้า และให้เป็นที่ยอมรับในวงสากล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว

                             วัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนาฯ เพื่อให้การวินิจฉัยการตายโดยแพทย์เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักสากล และเพื่อให้ไม่เกิดข้อโต้แย้งทางกฎหมายในการวินิจฉัยการตายโดยเกณฑ์สมองตาย รวมทั้งเพื่อให้ผู้ป่วยสมองตายได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และหากเป็นผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะบริจาคอวัยวะได้ ควรได้รับโอกาสที่จะบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ