รมว.ยธ. ขึ้นเหนือรุกงาน อสย .และมอบนโยบายข้าราชการในพื้นที่พิษณุโลก ชูนโยบายการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอำนวยความยุติธรรมต่อสังคม และเปิด สน.ยุติธรรมแห่งแรกของประเทศ จากนั้นมอบนโยบายแก่ข้าราชการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เน้นการบูรณาการการทำงานและยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๒๐ น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปเปิดโครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ณ สวนสาธารณะสวนของพ่อ ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงานต่อรัฐมนตรีฯ ซึ่งสรุปได้ว่าการดำเนินงานโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม แห่งนี้เป็นแห่งที่๒ ของส่วนภูมิภาค โดยปัจจุบันมีประชาชนสมัครเป็นอาสาสมัครแล้วประมาณ ๗๐๐๐ คน โดย ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีความพิเศษ คือ การที่ประชาชนในพื้นที่สนับสนุนการทำงานตามโครงการอย่างดีเยี่ยม โดยได้บริจาค อาคาร เป็นที่ทำการสน.ยุติธรรม ซึ่งเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และมีภารกิจหลักส่วนหนึ่ง คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางกระทรวงยุติธรรมจึงจัดทำโครงการ “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมายและการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม โดย “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” จะมีบทบาทในการเข้ามาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนรวมถึงการกระทำที่เป็นภัยต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ภาครัฐได้รับทราบข้อมูลจนนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ อย่างทันท่วงที
“พี่น้องประชาชนสนใจสมัครเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมยังมีนโยบายในการที่จะสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความยุติธรรมแก่สังคมในพื้นที่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยศูนย์แห่งนี้จะทำงานเชื่อมโยงกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและกระทรวงยุติธรรม โดยจะเป็นสถานที่ซึ่งพี่น้องประชาชนจะสามารถเข้าถึงกระทรวงยุติธรรม เข้าถึงความยุติธรรม กับพี่น้องประชาชนตามนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงยุติธรรมดำเนินโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมมาระยะหนึ่ง ก็มีแนวทางในการที่จะเปิดสน.ยุติธรรมขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการของอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม โดยครั้งแรกมีความตั้งใจใน การจัดตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรก แต่ในวันนี้พื้นที่จังหวัดพิษณุโลกโดยการนำของนายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต๒ จังหวัดพิษณุโลก ให้การสนับสนุนสถานที่ในการเปิด สน.ยุติธรรม จึงถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยในการรวมตัวของภาคประชาชนที่สนใจและเสนอให้มีการจัดตั้งสน.ยุติธรรมขึ้น
สำหรับประชาชนที่สนใจสมัครเป็น “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” สามารถขอรับใบสมัครและสมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.moj.go.th แล้วส่งใบสมัครพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทางไปรษณีย์ มายังศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ๑๑๑๒๐ โทร. ๐ ๒๕๐๒ ๖๕๐๐
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด กองบิน ๔๖ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
สำหรับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จังหวัดพิษณุโลก เป็นการบูรณาการร่วมระหว่างกรมคุมประพฤติกับกองทัพอากาศในการร่วมมือกันเพื่อช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเขตจังหวัดพิษณุโลก มีผู้เข้ารับการอบรมประมาณ ๑๐๐ คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้เสพรายย่อย ซึ่งนอกเหนือจากยาเสพติดประเภทยาบ้าแล้ว ยังมีผู้เสพยาเสพติดประเภทสารละเหยที่เข้ารับการบำบัดด้วย ศูนย์ดังกล่าวใช้แนวทางในการบำบัดฟื้นฟูโดยการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กับการฝึกในวิชาชีพ เพื่อเป็นการคืนคนดีสู่สังคมต่อไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบแนวทางให้ ในเรื่องการฟื้นฟูที่จะเน้นการให้โอกาสผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านกระบวนการในการกลับคืนสู่สังคม รวมทั้งเน้นการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานพหุภาคคือ กองบิน ๔๖ ที่จะกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุมประพฤติ จะต้องดูแล สนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่
จากนั้นเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ในพื้นที่ภาค ๖ และจังหวัดพิษณุโลก โดยได้มอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่ ๗ หน่วยงาน หลักในพื้นที่ ได้แก่ กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมบังคับคดี กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงาน ป.ป.ส.และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดโดยมอบนโยบายในการดำเนินงานในปี ๒๕๕๓ ที่หน่วยงานต่างๆของกระทรวง ฯ ต้องทำงานตามนโนยายของรัฐบาลและทำงานตามการบริหารราชการทั่วไป โดยเน้นการทำงานในหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมราชทัณฑ์ ที่เน้นการปรับรูปแบบการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดซื้ออาหาร ผลไม้ โดยจัดซื้ออย่างประหยัดและนำงบประมาณ ที่เหลือไปใช้ในการจัดทำโครงการสร้างสวัสดิการให้ข้าราการกระทรวงยุติธรรม และที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำ ที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง เช่นการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
สำหรับกรมบังคับคดี ได้เน้นการปรับปรุงกฎระเบียบ การกำหนดราคา การขายทอดตลาด ซึ่งต้องทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าได้รับความเป็นธรรมและในส่วนของกรมคุมประพฤติ จะเน้นการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การคืนคนดีสู่สังคม และที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ ในโครงการ SP 2 ของรัฐบาล ซึ่งได้รับการอนุมัติแล้วในการที่จะจัดทำโครงการจ้างงานของกระทรวงยุติธรรม ในการจ้างผู้ที่ผ่านการฟื้นฟู ผ่านการต้องโทษ โดยกระทรวงยุติธรรมจะจัดทำเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การให้โอกาสผู้พลั้งพลาดเป็นสิ่งที่ทำได้จริง
และในส่วนของกรมพินิจฯ ที่ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ โดยต้องเน้นวิธีการทำให้เด็กที่ทำผิด รู้สึกผิดชอบชั่วดี อย่างจริงจัง อีกทั้งในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ส. เขต 6 ที่เน้นการที่เชื่อมโยงกับการทำงานตามนโยบายรัฐบาล คือ ๕ รั้วป้องกัน และประสานกับการทำงานที่ลดเครือข่ายการค้ายาเสพติดในเรือนจำ
ท้ายสุด ในส่วนของสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ในปี ๒๕๕๓ จะต้องมีการผลักดันให้มีอัตรากำลัง และโครงสร้างที่แน่นอน โดยเบื้องต้น อาจกำหนดโครงสร้างและอัตรากำลังที่ชัดเจนโดยจะแบ่งเป็น ๙ ภาค หรือ ๑๘ ภาค ในอนาคต
