เมื่อวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การสร้างความเข้าใจระบบการคุ้มครองพยานและหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการให้ความคุ้มครองพยานในคดีอาญา" พร้อมนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.ชาญ วัฒนธรรม ผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายไพฑูรย์ สว่างกมล ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน เป็นวิทยากรในการบรรยายโดยมี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หัวหน้าสถานีตำรวจ (ผู้บังคับการ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ในเขตพื้นที่ ภาค ๓ จำนวน ๕ จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูม โรงแรมอุบลอินเตอร์เนชั่นแนล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมและการกระทำความผิดนับว่ามีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติและหาแนวทางในการสืบสวนปราบปรามก็มีความยากยิ่งขึ้น เนื่องจากสังคมไทยมีตัวแปรมากมาย เช่น ความเจริญทางวัตถุ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประกอบกับการเข้าถึงของสื่อสารมวลชนทั้งของไทย และต่างประเทศ ทำให้ค่านิยมและวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติเปลี่ยนแปลงไป ถ้าเปรียบเทียบกับที่ผ่านมานับว่าถดถอยลงไปมาก โดยทั่วๆไปการก่ออาชญากรรมหรือกระทำความผิดจะพบเห็นมากตามสื่อต่างๆ สิ่งสำคัญที่จะเสริมเรื่องคดีที่ประสบปัญหาอยู่ คือพยานในการสอบสวน การกำหนดโทษผู้กระทำผิด เพราะหากขาดหลักฐานที่สำคัญการกำหนดโทษของผู้กระทำความผิดจะไม่สามารถเอาผิดได้เต็มร้อย คือผู้ที่เป็นอาชญากรแนวโน้มจะมีแผนการที่จะกระทำต่อพยานมากยิ่งขึ้น เช่น การทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ หรือให้เงินรางวัลต่างๆจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องนำกฎหมายคุ้มครองพยานมาสู่การปฏิบัติอย่างใกล้ชิด โดยได้ให้หลายหน่วยงานเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องร่วมกันและรับผิดชอบเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานแก่บุคคลที่เป็นพยานในคดีอาญาตามพ.ร.บ.ดังกล่าว อีกทั้งกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายใหม่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน การจัดประชุมนี้จึงเป็นเวทีที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันในกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านมาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานเพื่อเสนอเป็นหลักการในการนำไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และให้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๖ เป็นกฎหมายในการผดุงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมต่อไปในอนาคต
ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิดงานดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะได้เดินทางไปตรวจราชการตามสถานที่ต่างๆ เช่น สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังผลการดำเนินงาน เรือนจำกลางอุบลราชธานี เพื่อมอบนโยบายให้ผู้บัญชาการเรือนจำนำไปปฏิบัติโดยเฉพาะเรื่องการป้องกันยาเสพติดในเรือนจำ นอกจากนี้ได้เดินทางไปยังหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตอุบลราชธานี (นรข. เขตอุบลราชธานี) เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวเขตชายแดน และการดำเนินงานจัดระเบียบเรือในแม่น้ำโขง พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนเข้มแข็งบ้านบุ่งซวย การเฝ้าตรวจจุดปมคมนาคมสามแยกบ้านโชคชัย รวมทั้งตรวจเยี่ยมจุดผ่อนปรนหน้าที่ว่าการอำเภอเขมราฐซึ่งได้ให้กำลังใจและชมเชยในความเสียสละของทหารในการปฏิบัติหน้าที่อย่างอดทนและเข้มแข็งในการปกป้องแผ่นดินไทย
ยธ. เสริมความรู้ด้านกฎหมาย แก่ตำรวจภูธรภาค ๓
กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเวทีส่งเสริมความรู้การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๖ แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค ๓
