“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียกประชุมเข้ม ผู้บัญชาการเรือนจำ และผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศ กำชับทุกหน่วยต้องเพิ่มความรับผิดชอบในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๔.๓๐ น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมรับมอบนโยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ / ทัณฑสถาน ณ ห้องประชุมใหญ่ กรมราชทัณฑ์ ถนนนนทบุรี ตำบลสวนใหญ่ อำเมือง จังหวัดนนทบุรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือเข้ามาภายในเรือนจำและทัณฑสถาน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญที่กรมราชทัณฑ์ ต้องเร่งรีบแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากยอดของผู้ที่กระทำผิดเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน รวมทั้งวิธีการในการลักลอบนำยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือเข้ามาในเรือนจำนั้น ก็เริ่มมีวิธีการที่หลากหลายและใช้กลวิธีที่แยบยล จนกระทั่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ตลอดจนขอให้บุคลากรของกรมราชทัณฑ์ทุกคน ทำงานด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยคำนึงถึงนโยบายของหน่วยงานเป็นที่ตั้งโอกาสนี้ รมว.ยุติธรรม ยังได้เน้นย้ำว่า กรมราชทัณฑ์จะต้องเพิ่มงบประมาณในการที่จะใช้ดูแลและแก้ไขปัญหาในเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาทิ งบประมาณในการจัดหาเครื่องดักสัญญาณโทรศัพท์ หรือการจัดซื้อเครื่องมือต่างๆ และหากยังมีอุปกรณ์ใดที่ยังขาดตกบกพร่อง ให้ทุกหน่วยงานทำการสำรวจและรีบแจ้งมา ตนจะจัดหาให้อย่างเต็มกำลังความสามารถ“ทุกท่านทราบกันดีแล้วว่านโยบายของรัฐบาล “การปราบปรามยาเสพติด” คือสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ตอนนี้ “ยาเสพติด” กำลังอยู่ภายใต้หลังคาบ้านของท่าน เพราะฉะนั้นเราทุกคนต้องร่วมมือกัน เพื่อขจัดมันให้หมดไปโดยเร็วที่สุด” รมว.ยุติธรรม กล่าว
หลังจากนั้น รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน ถึงกรณีที่ต้องเรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำและผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศในวันนี้ ว่าเป็นการเรียกประชุมให้ทุกฝ่ายได้มารับทราบปัญหาโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อรับมือและร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการในการแก้ปัญหายาเสพติดในครั้งนี้ อาจจะต้องใช้แนวทางในพระราชดำริ ที่มีแนวคิดในการจัดสรรและเพิ่มอาชีพให้แก่ชาวบ้าน ให้เปลี่ยนวิถีชีวิตจากเดิมในการปลูกฝิ่น หรือเลือกหนทางเลี้ยงชีพโดยการลักลอบขนยาเสพติด มาเป็นการประกอบอาชีพอื่นๆ ที่สุจริต แทนอาชีพเดิมที่ก่อให้เกิดปัญหาแก่ประเทศชาติ รมว.ยุติธรรม กล่าวทิ้งท้าย
