“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม วอนสื่อช่วยเป็นตัวกลางเผยแพร่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทัณฑสถานให้ประชาชนรับรู้
เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “การสนธิกำลังเพื่อทำการตรวจค้นยาเสพติดและหาสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องขัง” ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร กล่าววอนสื่อช่วยเป็นตัวกลางเผยแพร่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทัณฑสถานให้ประชาชนรับรู้
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง โดยเฉพาะทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังในคดียาเสพติด ที่เป็นทั้งผู้ค้ารายย่อย รายใหญ่ และเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมาพบว่า ยังมีการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้ามาในทัณฑสถานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถมาโดยตลอด ดังนั้น ในการสนธิกำลังของหน่วยบังคับการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการตรวจค้นสถานที่ ต้องใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่และใช้การสนธิกำลังทั้งหมด เพื่อป้องกันและปราบปรามมิให้มีการซุกซ่อนโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้ามาในทัณฑสถานได้อีก
โอกาสนี้ รมว.ยุติธรรม ได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทัณฑสถาน ซึ่งล่าสุดได้มีการตรวจพบการลักลอบนำยาไอซ์เข้ามาในรูปแบบของการปิดทับซองสารเสพติดชนิดนี้ไว้ตรงสันหนังสือ โดยเจ้าหน้าที่ต้องมีการกรีดสันหนังสือออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดจึงจะพบซองบรรจุสารเสพติดดังกล่าว ในกรณีนี้ รมว. ยุติธรรมได้ฝากให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รับมอบเรื่องเพื่อไปตรวจพิสูจน์หาความจริงและเน้นย้ำให้จับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุดหลังจากนั้น รมว.ยุติธรรม ได้ตรวจเยี่ยมห้องตรวจรับพัสดุและเรือนนอนของผู้ต้องขัง พร้อมทั้งตอบคำถามของสื่อมวลชน ในกรณีที่มีการซุกซ่อนสารเสพติดเข้ามากับพัสดุภัณฑ์ต่างๆ ที่ญาติของผู้ต้องขังส่งมาให้ ว่าควรจะยังอนุญาตให้มีการส่งพัสดุเข้ามาให้นักโทษได้อีกหรือไม่ รวม.ยุติธรรม กล่าวตอบสื่อมวลชนว่า ผู้ต้องขังที่เข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ก็ถือว่าได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจพออยู่แล้ว ดังนั้นการอนุญาตให้ญาติสามารถส่งอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เข้ามาให้นั้น คงสั่งให้ยกเลิกไม่ได้ เนื่องจากถือเป็นบริการอย่างหนึ่งจากทัณฑสถาน ที่จะสามารถช่วยเหลือผู้ต้องขังได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องใช้ความพยายามในการตรวจค้นพัสดุต่างๆ ที่ส่งเข้ามาด้วยความละเอียดรอบคอบให้มากยิ่งขึ้น
“การที่จะป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทัณฑสถานให้หมดไปนั้น มีขั้นตอนที่ยากลำบาก แต่เจ้าหน้าที่ของเราล้วนตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ ดังนั้นผมจึงอยากวอนสื่อทุกสื่อให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เผยแพร่การทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงในจุดนี้บ้าง” รมว.ยุติธรรม กล่าวทิ้งท้าย