www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมว.ยุติธรรม ลุยแก้ไขปัญหาเด็กแว้น
นายสมพงษ์  อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเวทีสัมมนาคนวงการเด็กและเยาวชน ร่วมป้องกันและแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดคดีรถซิ่ง เผยงานวิจัยชิ้นเด็ดเลิกแก้ไขส่วนผิวเน้นแก้ไขที่รากเหง้า

เมื่อวันพุธที่ ๒๖  มีนาคม ๒๕๕๑  เวลา ๐๙.๐๐ น. นายสมพงษ์  อมรวิวัฒน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  เป็นประธานในพิธีเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการแนวทางป้องกันและแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในคดีรถซิ่ง โดยมีนายวิศิษฏ์  วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม  นายธวัชชัย  ไทยเขียว  รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พล.ต.ต.อำนวย  นิ่มมะโน  ผู้บังคับการตำรวจนครบาล ๑  นายแพทย์ยงยุทธ  วงภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต  นายโรจนะ  กฤษเจริญ  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผศ.ปนัดดา  ชำนาญสุข  นักวิชาการสายสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ  ตำรวจสายงานจราจร และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนา ณ โรงแรมรามา การ์เดนส์  ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

นายสมพงษ์ ฯ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในคดีรถซิ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีรูปแบบที่ซับซ้อนขยายวงกว้างออกไป เชื่อมโยงไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด การทำร้ายร่างกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำทางเพศซึ่งเป็นผลกระทบต่อจิตใจ ดังนั้น หน่วยงานทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชน โดยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งสุดท้ายที่เด็กๆต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นอกจากนี้สำนักงานกิจการยุติธรรม รายงานผลวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นที่มีต่อปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการกระทำผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชนในคดีรถซิ่ง โดยผศ.ปนัดดา  ฯ ได้สำรวจข้อมูลจากผู้พิพากษา อัยการ ผู้คุมประพฤติ เจ้าหน้าที่ของสถานพินิจ ครู-อาจารย์ เด็กและเยาวชน พ่อแม่ และชาวบ้าน พบว่า สังคมเต็มไปด้วยความเสี่ยง ขาดความมั่นคงและปลอดภัย ชาวบ้านเสียสุขภาพจิต เด็กและเยาวชนแก๊งค์รถซิ่งได้รับบาดเจ็บบางรายต้องเป็นผู้พิการ สำหรับปัญหาอุปสรรค เช่น ๑) เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเสี่ยงภัยอันตรายอาจได้รับบาดเจ็บเมื่อเข้าจับกุมแก๊งค์รถซิ่ง    ๒) ขาดความร่วมมือสนับสนุนการแก้ไขจากครอบครัว และ ๓) การประสานงานเมื่อเข้าจับกุมนั้นต้องอาศัยความรวดเร็ว แต่ไม่สามารถใช้วิทยุสื่อสารได้เนื่องจากกลุ่มของเด็กๆ ก็รู้ตัวและสลายตัวหนีไปก่อน  สังคมต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการแก้ไขที่รากเหง้า มากกว่าส่วนผิวของปัญหา