www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมว.ยุติธรรม ประชุมตัวชี้วัดสำนักงานอัยการสูงสุด พอใจข้อตกลงตัวชี้วัด
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม ประธานการประชุมเจรจาคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เน้นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐและให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคม
                            เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๔๕ น. นายสมพงษ์  อมรวิวัฒน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมเจรจาคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด  กับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อกำหนดระดับเกณฑ์การให้คะแนนตัวชี้วัดของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีผู้บริหารและข้าราชการอัยการ เข้าร่วมการประชุม  ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม  ชั้น ๒๘  อาคารกระทรวงยุติธรรม  ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี                                ผู้แทนจากสำนักงาน ก.พ.ร.  รายงานว่า สำนักงานอัยการสูงสุดมีผลการดำเนินงานของตัวชี้วัดผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งนับตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ปัจจุบัน ผลการดำเนินงานมีความก้าวหน้ามาโดยตลอด ซึ่งเดิมสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานในกำกับความดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๑ มีบทบัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานอิสระ อย่างไรก็ดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ และเป้าประสงค์อันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนส่วนรวมดังที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด                                ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า งานอัยการเป็นงานที่ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน การสั่งฟ้องจะต้องมีการสืบพยานและให้ความเป็นธรรม เมื่อพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์แล้วส่งต่อให้อัยการพิจารณาคดี หากคดีมีมูลก็นำส่งฟ้องพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งการดำเนินคดีของรัฐจะมุ่งเน้นการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนเป็นสำคัญ สำหรับข้อเจรจาในคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งนำเสนอรายละเอียดการดำเนินงานของตัวชี้วัด ๓ เรื่อง ให้ที่ประชุมพิจารณา  มีดังนี้- ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จในการศึกษาประมวลปัญหา ในการยกฟ้องของหน่วยงานอัยการแล้วศาลมีคำพิพากษา หรือความเห็นในทางตรงกันข้ามแล้วถ่ายทอดไปสู่ผู้ปฏิบัติ- ตัวชี้วัด ร้อยละของคดีที่นำกระบวนการยุติธรรมทางเลือกมาใช้ลดปริมาณคดีขึ้นสู่ชั้นศาล- ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานคดีแพ่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ