เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่ผู้บัญชาการเรือนจำ ๑๔๓ แห่ง ทั่วประเทศ โดยมีนายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้กล่าวสรุปผลการปฏิบัติราชการของปี พ.ศ.๒๕๕๐-ปัจจุบัน ณ ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชั้น ๓ อาคารกรมราชทัณฑ์ ถ.นนทบุรี ๑ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีเรือนจำทั่วประเทศรวม ๑๔๓ แห่ง มีพื้นที่จำนวน ๒,๔๕๓ ไร่ ซึ่งเพิ่มจำนวนจากช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ๑๔ แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่จำนวนประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน มีผู้ต้องขังจำนวน ๑๖๐,๐๐๐ คน คิดเป็นอัตราส่วนเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องขัง อัตรา ๑ : ๑๕ ขณะที่ประเทศในทวีปเอเชีย เช่นฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และจีน มีเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังในอัตรา ๑ : ๖ – ๗.๕ ซึ่งนับว่าประเทศเหล่านี้มีกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่าราชทัณฑ์ของไทย ทั้งนี้ ในประเทศเม็กซิโกมีอัตราของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องขังเป็นจำนวนที่น่าวิตกในอัตรา ๑ : ๔๐
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่าโครงการสำคัญที่กรมราชทัณฑ์กำหนดให้ดำเนินงานในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ อาทิ การตรวจจับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเรือนจำ ซึ่งเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาศึกษาทดลองระบบการบล็อคสัญญาณ การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๔๗๙ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ การพัฒนาคุณภาพอาหารของผู้ต้องขัง การจ้างแรงงานผู้ต้องขังโดยส่งเสริมเป็นสหภาพแรงงานผู้ต้องขังซึ่งเน้นงานพัฒนาอาชีพและให้ค่าแรงอย่างเป็นธรรม การประกันความเสียหายกับนายจ้างหรือผู้ประกอบการในวงเงินค้ำประกัน จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น
สำหรับนโยบายเน้นหนักด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมราชทัณฑ์ ให้มีการจัดเก็บข้อมูลจากผู้ต้องขังที่สมัครใจให้ข้อมูลเบาะแสเครือข่ายยาเสพติด และได้ประสานงานไปยังหน่วยงานป้องกันและปราบปราม อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ต้องขังให้ข้อมูลกว่า ๗๐๐ เรื่อง และได้ขยายผลไปสู่การจับกุมแล้วจำนวนกว่า ๑๐๐ ราย
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า นโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศเมื่อวันที่ ๑๘-๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ยังมีหลายจุดที่เน้นการให้บริการประชาชน และให้ข้าราชการมีความรู้ความเข้าใจในงานบริการประชาชน จึงขอให้เจ้าหน้าที่มองภาพการดำเนินงานของรัฐบาลให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้งานที่ตั้งเป้าหมายประสบความสำเร็จ สำหรับกรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานสำคัญและมีกำลังเจ้าหน้าที่มากที่สุดของกระทรวงยุติธรรม และยอมรับว่าผู้ต้องขังจำนวนมากถึง ๑๖๐,๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนกว่า ๗๐,๐๐๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐ ดังนั้นจะนำรายงานที่ได้รับจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์เข้าไปพิจารณาก่อนที่รัฐบาลประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดในวันที่ ๒๒ มีนาคม ศกนี้
ต่อมาเวลา ๑๐.๐๐ น. รมว.ยุติธรรม เดินทางไปตรวจเยี่ยมผลการปฏิบัติงานในเรือนจำกลางบางขวาง มีผู้ต้องขังจำนวน ๔,๑๔๓ คน โดยเรือนจำแห่งนี้เป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังที่รับโทษจำคุก ๑๕ ปี – ตลอดชีวิต และโทษประหารชีวิต โดย รมว. ยุติธรรมให้ความสำคัญกับการควบคุมดูแลผู้ต้องขังเป็นพิเศษ
“ความใกล้ชิดของผู้ต้องขังกับผู้ควบคุมอาจมีความผูกพันกัน เนื่องจากอยู่ร่วมกันนานหลายปี จึงขอให้ผู้บัญชาการเรือนจำมีการสอดส่องดูแลบุคลากรมิให้นำไปสู่การเอื้อประโยชน์ หรือการทุจริต” รมว.ยุติธรรม กล่าว
