เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษในโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารกิจการยุติธรรม : มาตรการป้องกันและปราบปรามองค์กรอาชญากรรม” จัดโดยสำนักงานกิจการยุติธรรม โดยมีข้าราชการพลเรือน ข้าราชการอัยการ ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการตำรวจ และบุคลากรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เป็นผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน ๓๕ คน ณ ห้องฟอร์จูน ๔ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากแผนแม่บทกระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๑ มียุทธศาสตร์สำคัญประการหนึ่ง คือ การพัฒนาบุคลากรและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้การพัฒนาได้ส่งผลสะท้อนงานในกระบวนการยุติธรรมในอนาคต สำนักงานกิจการยุติธรรม ได้ร่วมกับ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารกิจการยุติธรรม : มาตรการป้องกันและปราบปรามองค์กรอาชญากรรม” นับเป็นความร่วมมือที่ส่งผลให้บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมได้มีโอกาสเสริมสร้างศักยภาพ สร้างความเข้มแข็ง มีหลักวิชาการสนับสนุน ได้แลกเปลี่ยความรู้ประสบการณ์เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมเต็มระบบ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้น การฝึกอบรมฯ มีกำหนด ๑๗ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มกราคม – ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ประกอบด้วย การบรรยาย การศึกษาดูงาน และการศึกษาเพื่อค้นคว้างานในกระบวนการยุติธรรม
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ จริยธรรมกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรม” ว่า จริยธรรม เริ่มต้นจากตัวเราเอง ซึ่งเราได้สำรวจพฤติกรรมและจิตใจว่ามีจิตที่เป็นแบบอย่างของคนทั่วไป เป็น กัลยาณชน หรือเป็นอีกพวกหนึ่ง เช่น พาลชน โดยการปฏิบัตินั้นสิ่งที่สังคมบอกว่าดี มีคุณธรรม เราจักได้นำมาเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในการที่เราจะรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน ต้องฟังจากเสียงคนรอบข้าง ครอบครัว คนใกล้ชิดเป็นกระจกส่องสะท้อนตัวเรา สิ่งที่ดีต้องประกาศออกมาว่าเราเป็นผู้มีจริยธรรม ถ้าเราไม่ประกาศแล้วใจของเราอาจจะพลิกผันได้ ซึ่งมีข้อดีในแง่ให้กำลังใจแก่เราว่ามีจริยธรรมที่ดีงาม แต่การประกาศให้คนภายนอกได้รับรู้นั้นก็มีข้อเสีย คือ ผู้อื่นคิดว่าเรายกตนว่ามีจริยธรรมสูงข่มผู้อื่น
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดที่สร้างหลักฐานให้เป็นปึกแผ่นเพื่อจัดระบบงานกระบวนการยุติธรรมและให้บริการประชาชนได้เป็นอย่างดี ให้มีการจัดระบบเป็นภาพรวม มีเวทีของผู้ผลักดันงานกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้ปฏิบัติงานให้ศึกษากฎหมายอย่างสม่ำเสมอ เราต้องทำงานเชิงรุกมากกว่าเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนให้ทำ ซึ่งหากปฏิบัติอย่างนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและตนเอง
