เมื่อวันพุธที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเรื่อง “การปรับกระบวนทัศน์การศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทย” ครั้งที่ ๒ พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ให้สถาบันอุดมศึกษาที่สอนวิชานิติศาสตร์ได้ให้การอบรมคุณธรรมจริยธรรมนักกฎหมายแก่นักศึกษา โดยให้สร้างตำราเรียนจริยธรรมเป็นฐานแนวทางเดียวกันโดยยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรมเป็นสำคัญ ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กรุงเทพฯ
โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การปรับกระบวนทัศน์การศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทย” ครั้งที่ ๒ ซึ่งจัดโดยกระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม ร่วมกับ ทบวงมหาวิทยาลัย โดยมีคณบดีคณะนิติศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษา ๕๔ แห่งในประเทศไทย เป็นผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อต่อยอดองค์ความรู้การเรียนการสอนวิชานิติศาสตร์ซึ่งในครั้งที่ผ่านมา ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ได้ประชุมเรื่องการพัฒนาความรู้ และพัฒนาหลักสูตรนิติศาสตร์ในประเทศไทย ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสังคม สำหรับการสัมมนาฯ ครั้งที่ ๒ นี้ กำหนดหัวข้อเรื่อง “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการเรียนการสอนหลักจริยธรรมสำหรับนักกฎหมายในระดับอุดมศึกษา”
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมถือเป็นวาระหนึ่งในวาระแห่งชาติ เพราะปัจจุบันยังมีปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมอยู่ในสังคมมากมาย สำหรับการสัมมนาเรื่อง “การปรับกระบวนทัศน์การศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทย” โดยใช้กลยุทธ์การส่งเสริมให้ผู้ศึกษาวิชากฎหมายมีความรู้ความเข้าใจในจริยธรรมและจรรยาบรรณ โดยจะพัฒนาหัวใจการสอน ๔ ข้อ ได้แก่ ๑) โครงสร้างหลักสูตร ๒) เอกสารสื่อการสอน ๓) อาจารย์ผู้สอน และ ๔) มาตรฐานตัวชี้วัด
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของคณะนิติศาสตร์ในการสร้างจริยธรรมนักกฎหมาย” มีใจความสำคัญว่า ในเบื้องต้นให้พวกเราพิจารณาเรื่องคุณธรรม จริยธรรมของคนในชาติ ซึ่งทุกวันนี้การฉ้อราษฎร์บังหลวงมีอยู่ทุกวงการทั้งราชการและราษฎร ในเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสมที่กระทรวงยุติธรรมได้หยิบยกประเด็นเรื่องจริยธรรมมาพูดคุยกัน โดยหัวใจของคุณธรรม จริยธรรม ในความคิดเห็นของกระผม คือ คุณธรรม จริยธรรมนั้นเป็นสิ่งที่มีในทุกๆคน ทุกสาขาอาชีพ โดยให้มี “อวิโรธนัง” ในทศพิธราชธรรม ข้อที่ ๑๐ หมายถึง ความไม่คลาดธรรม หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (Integrity)
กฎหมาย ยังคงมีความสำคัญอยู่ เพราะต้องมีไว้เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ แม้ว่ากฎหมายจะแก้ไขพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้ในทีเดียว แต่เรายังคงใช้จริยธรรมในจิตใจแก้ไขได้ เช่น หิริ โอตัปปะ ความละอายต่อการทำชั่วเกรงกลัวต่อบาป และกฎแห่งกรรม ผู้ใดทำกรรมอันใดไว้ จะดีหรือชั่วก็เป็นการกระทำของตน เป็นสัจธรรมย่อมเป็นไปตามนั้น
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าคิด คือ การสอนคุณธรรมจริยธรรม จำเป็นต้องมีตำราเป็นข้อมูลฐาน โดยยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรมเป็นสำคัญ อาจมีการเปรียบเทียบ จริยธรรม คุณธรรมทั้งในแง่กฎหมาย ความเชื่อ ค่านิยม ฯลฯ เพื่อกำหนดโครงสร้างตำราให้เป็นแนวทางเดียวกัน และปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธานินทร์ ฯ องคมนตรี กล่าว
