www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ก.ยุติธรรม ร่วมกับ นิติศาสตร์ ๕๔ สถาบัน ขับเคลื่อนสอนจริยธรรมให้นักศึกษา
  กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เชิญคณบดีคณะนิติศาสตร์ จากสถาบันอุดมศึกษา ๕๔ แห่ง ร่วมสัมมนาต่อยอดความรู้นิติศาสตร์ในประเทศไทย ครั้งที่ ๒

เมื่อวันพุธที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ น.  นายจรัญ  ภักดีธนากุล  ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเรื่อง การปรับกระบวนทัศน์การศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทย ครั้งที่ ๒  พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ให้สถาบันอุดมศึกษาที่สอนวิชานิติศาสตร์ได้ให้การอบรมคุณธรรมจริยธรรมนักกฎหมายแก่นักศึกษา โดยให้สร้างตำราเรียนจริยธรรมเป็นฐานแนวทางเดียวกันโดยยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรมเป็นสำคัญ ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กรุงเทพฯ

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การปรับกระบวนทัศน์การศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทย ครั้งที่ ๒  ซึ่งจัดโดยกระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม ร่วมกับ ทบวงมหาวิทยาลัย โดยมีคณบดีคณะนิติศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษา ๕๔ แห่งในประเทศไทย เป็นผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อต่อยอดองค์ความรู้การเรียนการสอนวิชานิติศาสตร์ซึ่งในครั้งที่ผ่านมา   ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ได้ประชุมเรื่องการพัฒนาความรู้ และพัฒนาหลักสูตรนิติศาสตร์ในประเทศไทย ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสังคม สำหรับการสัมมนาฯ ครั้งที่ ๒ นี้ กำหนดหัวข้อเรื่อง ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการเรียนการสอนหลักจริยธรรมสำหรับนักกฎหมายในระดับอุดมศึกษา 

ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมถือเป็นวาระหนึ่งในวาระแห่งชาติ เพราะปัจจุบันยังมีปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมอยู่ในสังคมมากมาย  สำหรับการสัมมนาเรื่อง การปรับกระบวนทัศน์การศึกษาวิชานิติศาสตร์ในประเทศไทย  โดยใช้กลยุทธ์การส่งเสริมให้ผู้ศึกษาวิชากฎหมายมีความรู้ความเข้าใจในจริยธรรมและจรรยาบรรณ โดยจะพัฒนาหัวใจการสอน ๔ ข้อ   ได้แก่ ๑) โครงสร้างหลักสูตร  ๒) เอกสารสื่อการสอน  ๓)  อาจารย์ผู้สอน และ ๔) มาตรฐานตัวชี้วัด

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธานินทร์  กรัยวิเชียร  องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ บทบาทของคณะนิติศาสตร์ในการสร้างจริยธรรมนักกฎหมาย  มีใจความสำคัญว่า  ในเบื้องต้นให้พวกเราพิจารณาเรื่องคุณธรรม จริยธรรมของคนในชาติ ซึ่งทุกวันนี้การฉ้อราษฎร์บังหลวงมีอยู่ทุกวงการทั้งราชการและราษฎร ในเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสมที่กระทรวงยุติธรรมได้หยิบยกประเด็นเรื่องจริยธรรมมาพูดคุยกัน โดยหัวใจของคุณธรรม จริยธรรม ในความคิดเห็นของกระผม คือ คุณธรรม จริยธรรมนั้นเป็นสิ่งที่มีในทุกๆคน ทุกสาขาอาชีพ โดยให้มี อวิโรธนัง ในทศพิธราชธรรม ข้อที่ ๑๐ หมายถึง ความไม่คลาดธรรม  หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (Integrity)

กฎหมาย ยังคงมีความสำคัญอยู่ เพราะต้องมีไว้เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ แม้ว่ากฎหมายจะแก้ไขพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้ในทีเดียว แต่เรายังคงใช้จริยธรรมในจิตใจแก้ไขได้ เช่น หิริ โอตัปปะ  ความละอายต่อการทำชั่วเกรงกลัวต่อบาป  และกฎแห่งกรรม ผู้ใดทำกรรมอันใดไว้ จะดีหรือชั่วก็เป็นการกระทำของตน เป็นสัจธรรมย่อมเป็นไปตามนั้น 

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าคิด คือ การสอนคุณธรรมจริยธรรม จำเป็นต้องมีตำราเป็นข้อมูลฐาน โดยยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรมเป็นสำคัญ  อาจมีการเปรียบเทียบ จริยธรรม คุณธรรมทั้งในแง่กฎหมาย ความเชื่อ ค่านิยม ฯลฯ เพื่อกำหนดโครงสร้างตำราให้เป็นแนวทางเดียวกัน และปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา  ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธานินทร์  องคมนตรี กล่าว