www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
“ยุติธรรม” รณรงค์รับวันปีใหม่
กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุมประพฤติ จัดรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ” นำผู้ถูกคุมประพฤติ กว่า ๒๐๐ คน เดินรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักในโทษและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับรถ 
เมื่อวันพุธที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐  เวลา ๑๐.๐๐ น.  นายนัทธี  จิตสว่าง  อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ” โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีมาร่วมรณรงค์ อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานกองทุนการเสริมสร้างสุขภาพ มูลนิธิเมาไม่ขับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ  พร้อมด้วย นางลดาวัลย์  บุญประสพ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ร่วมนำเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้คุมประพฤติ ๒๐๐ คน ร่วมรณรงค์โดยจัดงาน ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพบ้านปากเกร็ด (บ้านนนทภูมิ) ถ.ติวานนท์-ปากเกร็ด  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

กิจกรรมรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ” ประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อ “ผลกระทบจากการเมาแล้วขับ”  การจัดขบวนเดินรณรงค์จากสถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพบ้านปากเกร็ด (บ้านนนทภูมิ)  ไปยัง ห้าแยกปากเกร็ด พิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ โดยมีการบรรเลงกลองยาวศิลปะพื้นบ้านไทยของเด็กและเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านมุทิตา  ในช่วงกลางวันยังได้ร่วมนำอาหารกลางวันไปเลี้ยงเด็กๆในสถานสงเคราะห์ฯ บ้านนนทภูมิอีกด้วย

การเสวนาในหัวข้อ “ผลกระทบจากการเมาแล้วขับ”  มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายนัทธี  จิตสว่าง  อธิบดีกรมคุมประพฤติ  พ.ต.ต.สงคราม เสงี่ยมพักตร์  นายทัช ณ ตะกั่วทุ่ง  และประธานเครือข่ายโครงการดื่มแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ  โดยพ.ต.ต.สงคราม ฯ กล่าวว่า มีการรณรงค์เกี่ยวกับการดื่มไม่ขับในทุกสถานีตำรวจ โดยในกรุงเทพมหานครซึ่งมีสถานีตำรวจนครบาลจำนวนกว่า ๘๐ สถานีฯ และสถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศ ตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ในผู้ขับขี่  โดยในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ พบว่า มีจำนวนผู้ถูกจับกุมเกี่ยวกับดื่มแล้วขับจำนวนประมาณ ๑,๒๐๐ ราย  ซึ่งเขาต้องถูกดำเนินคดีและถูกคุมประพฤติ จึงขอแนะนำให้ผู้ดื่มแอลกอฮอลล์ไม่ควรจับพวงมาลัยหรือขับขี่มอเตอร์ไซค์เพราะอาจเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น

นายนัทธี ฯ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานภาคี ร่วมมือกันรณรงค์ให้ประชาชนลดการดื่มแล้วขับภายใต้ชื่อโครงการ “ดื่มแล้วขับ ถูกจับคุมประพฤติ”  ซึ่งหากผู้ดื่มแอลกอฮอลล์แล้วขับขี่ยวดยานพาหนะจะต้องถูกจับกุมและให้ศาลพิจารณาคดีต่อไป และผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เช่น ให้เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ารับการอบรมและทำงานบริการสังคม 

สำหรับงานบริการสังคมที่ผู้ถูกคุมประพฤติได้ปฏิบัติ เช่น ทำความสะอาดที่สาธารณะ  การบริจาคโลหิต  การเป็นอาสาจราจร  การดูแลผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุในโรงพยาบาลต่างๆ การเข้าร่วมรณรงค์ในกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น