ยธ.มอบโล่ภาคียาเสพติด
วันศุกร์ที่ 02 ตุลาคม 2009
ก.ยุติธรรม จัดประชุมสร้างความเข้าใจผู้บริหารสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในสังกัดกองทัพไทย รมว.ยุติธรรม ย้ำนโยบายรัฐบาล ชี้ปัญหายาเสพติดเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศที่ทุกฝ่ายต้อง ร่วมกันดำเนินการเพื่อคืนอนาคตให้กับประเทศชาติ
เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผู้บริหารสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระบบบังคับบำบัดในสังกัดกองทัพไทย พร้อม มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานฟื้นฟูฯ ที่ผ่านการรับรอบมาตรฐาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ณ อาคารพักสวัสดิการทหารอากาศ อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระบบบังคับบำบัดในสังกัดกองทัพไทย เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระบบบังคับบำบัดในสังกัดกองทัพไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบนโยบายในการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด เกิดความเข้าใจแนวทางในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด เพื่อจะสามารถควบคุมดูแลทั้งด้านนโยบายและการดำเนินงาน รวมทั้งสามารถให้การสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะและประสบการณ์ในการบริหารสถานที่ฟื้นฟูฯ อันจะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานของสถานฟื้นฟู โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน ๑๑๕ คน ประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาสถานที่ฟื้นฟูกรมการปกครอง ผู้แทนจากหน่วยงานพหุภาคี สำหรับสถานที่ที่ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพประจำปี ๒๕๕๒ มีจำนวน ๑๐ แห่ง ได้แก่
สถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่ผ่านการต่ออายุครั้งที่ ๑ ในการรับรองคุณภาพสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบควบคุมตัว จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่
๑. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดสำหรับเยาวชนกองทัพอากาศ
๒. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกองบิน ๔๑ จังหวัดเชียงใหม่
๓. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกองบิน ๕๖ จังหวัดสงขลา
๔. สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกองร้อยอาสารักษาดินแดน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๑
๕. สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกองร้อยอาสารักษาดินแดน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๒
สถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านการรับรองคุณภาพสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบควบคุมตัว จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่
๑. ศูนย์วิวัฒน์พลเมือง ค่ายวชิระปราการ จังหวัดตาก
๒. โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง เรือนจำฐานทัพเรือนสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
๓. สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๓ จังหวัดศรีสะเกษ
๔. สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๕ จังหวัดชัยภูมิ
๕. สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกองร้อยอาสารักษาดินแดน จังหวัดหนองคาย
ในการนี้ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้ประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญและเป็นภัยแห่งความมั่นคงของประเทศซึ่งทุกหน่วยงานที่เป็นภาคีต่างมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงาน จึงขอถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณหน่วยงานภาคีโดยเฉพาะกองทัพไทยเพราะแม้ว่าจะไม่ใช่ภารกิจหลัก แต่กองทัพไทยเห็นความสำคัญและร่วมดำเนินการในการแก้ไขฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมาโดยตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา
“การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นภารกิจสร้างโอกาส พวกเขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่ต้องการโอกาส โอกาสที่ว่านี้คือการคืนเด็กดีให้กับพ่อแม่ คืนคนดีให้กับสังคมและครอบครัว การดำเนินการของกองทัพไทยมีส่วนให้ภารกิจดังกล่าวสัมฤทธิ์ผล ผมได้มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมโครงการและโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองซึ่งดำเนินการโดยกองทัพไทยหลายแห่ง พบว่าประสบผลสำเร็จโดยเฉพาะการสร้างอาชีพรองรับเป็นการเตรียมตัวให้ก่อนที่จะกลับคืนสู่สังคม เพราะหากเขาผ่านระบบการบำบัดออกไปแต่เขาไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เขาก็อาจหวนกลับไปในวงจรชีวิตแบบเดิมได้อีก ผมเห็นความตั้งใจของกองทัพไทย ผู้บริหารสถานที่ฟื้นฟูฯ และครูฝึกทุกคน ผมต้องขอขอบคุณที่ทุกท่านร่วมกันผลักดันภารกิจนี้เพราะผลสุดท้ายนอกเหนือจากการคืนอนาคตให้กับผู้ติดยาเสพติดแล้ว ยังเป็นการคืนอนาคตให้กับประเทศชาติอีกด้วย” รมว.ยุติธรรม กล่าว
ยธ.เจ้าภาพประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2009
คณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเรือนจำกลางคลองเปรม
มอบทุนประกอบอาชีพผู้พ้นโทษ
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2009
ประเทศไทย จัดรณรงค์ “ต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง”
วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2008
จากวันแม่ ถึงวันพ่อ ๑๑๖ วัน สร้างสามัคคี : กระทรวงยุติธรรม
วันศุกร์ที่ 03 ตุลาคม 2008
ก.ยุติธรรม ต้อนรับ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” นั่งรมว.ยธ.
วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2008
“รมว.ยธ.” ติวเข้ม ผบ.เรือนจำทั่วประเทศ
วันพุธที่ 06 สิงหาคม 2008
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประชุมมอบนโยบายแก่กรมราชทัณฑ์ และ ผบ.เรือนจำทั่วประเทศ เร่งปรับโฉมระบบการควบคุมผู้ต้องขังใหม่ เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๔๕ น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ โดยมี ผู้บัญชาการเรือนจำและผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว จำนวนกว่า ๑๕๐ คน ณ ห้องประชุมกรมราชทัณฑ์ ชั้น ๓ ถนนนนทบุรี ๑ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดได้แพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้น และพบว่าในเรือนจำมีการจับกุมผู้ต้องขังที่กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการที่แยบคายในการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในเรือนจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเรือนจำก็ไม่สามารถตรวจค้นจับกุมได้ทั้งหมด จึงเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงระบบควบคุมผู้ต้องขังให้มีความเข้มงวดเพื่อรับมือกับผู้ต้องขังเหล่านี้โดยเฉพาะ และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยดำเนินการ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะนำเรือนจำ ๑๐ แห่ง มาปรับปรุงเป็นเรือนจำมั่นคงสูง ( คุกไฮเทค) รองรับผู้ต้องขังยาเสพติดรายสำคัญ โดยจะมุ่งเน้นการควบคุมเป็นหลัก และอีกส่วนหนึ่งจะใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในการลดจำนวนผู้ต้องขังโดยให้กรมราชทัณฑ์จำแนกคดีประเภทต่างๆ สำหรับคดีที่มีโทษน้อยจะไม่คุมขังแต่จะให้ทำงานภายนอกแทน อย่างไรก็ตามในระยะสั้น การป้องกันจะเน้นการนำแดนมั่นคงสูงที่แดน ๙ และแดน ๑๐ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางเป็นสถานที่รวมผู้ต้องขังคดียาเสพติดที่สำคัญๆ และคัดเลือกเทคโนโลยี และมาตรการที่เข้มงวดมาควบคุมผู้ต้องขังดังกล่าว ในอนาคต
สำหรับการปรับโครงสร้างของกรมราชทัณฑ์นั้น จะโอนงานบางส่วนที่ไม่ใช่ภารกิจหลักออกไป โดยจะยุติการสร้างเรือนจำตามศาลแต่จะสร้างเรือนจำสาขาแทน และให้องค์กรเอกชนเป็นผู้ดำเนินงานในเรือนจำบางแห่ง และถ่ายโอนงานเรือนจำระหว่างพิจารณาคดีที่เป็นสาขาให้จังหวัดดูแล การจัดทำโครงการราชทัณฑ์ตำบล ทั้งนี้เพื่อลดภารกิจ และทำให้การดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ยธ. เสริมความรู้ด้านกฎหมาย แก่ตำรวจภูธรภาค ๓
วันอังคารที่ 08 กรกฎาคม 2008
กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเวทีส่งเสริมความรู้การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๖ แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค ๓
ก.ยุติธรรม ร่วมกับกทม. พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและครอบครัว
วันจันทร์ที่ 07 กรกฎาคม 2008
กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการบูรณาการภาคสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ต้องขังและครอบครัวทั้งก่อนปล่อยและภายหลังปล่อยตัว เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับสวัสดิการสังคมที่จำเป็นอย่างทั่วถึง
เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางเพียงใจ วิศรุตรัตน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการบูรณาการภาคสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ต้องขังและครอบครัวทั้งก่อนปล่อยและภายหลังปล่อยตัว ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่ในการควบคุม อบรม แก้ไขฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง การจัดสวัสดิการและสงเคราะห์ผู้ต้องขังการเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษและประสานการสงเคราะห์ภายหลังพ้นโทษด้วยมาตรการวิธีการต่างๆ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่ายังมีผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งที่กระทำผิดซ้ำและกลับเข้ามารับโทษในเรือนจำอีก สาเหตุดังกล่าวเกิดจากครอบครัว ชุมชน และสังคมภายนอกยังไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับและให้การสนับสนุนช่วยเหลือเท่าที่ควร
กระทรวงยุติธรรม ตระหนักดีว่าการแก้ไข พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้พร้อมกลับสู่สังคม ไม่สามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้ โดยกรมราชทัณฑ์ เพียงหน่วยงานเดียวจึงต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ องค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันและเข้ามามีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ต้องขังและครอบครัวสามารถพึ่งพาตนเองได้ภายหลังพ้นโทษจากเรือนจำ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะดำเนินการสนับสนุนโดยจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้แก่ผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ และครอบครัว โดยให้ความรู้ในการปรับตัวเข้ากับสังคม รวมถึงให้โอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการรับบริการ สนับสนุนวิทยากรจากโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครในการให้ความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ รวมทั้งข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ด้านสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจุบันภายนอกเรือนจำ และประสานการจัดสวัสดิการและ ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ต้องขังขณะต้องโทษ ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัว และครอบครัว หรือญาติของผู้ต้องขัง ตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยให้ผู้ต้องขังและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติสุข
