ก.ยุติธรรม มอบเงินช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2009
รมว.ยุติธรรม เป็นประธานมอบเงินค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ โดยมีนางอังคณา นีละไพจิตร และทายาทผู้เสียหายรายอื่นๆ รับมอบรวม ๖ ราย
ตราชั่ง ! เปิดเวทีบูรณาการร่วมพัฒนากระบวนการยุติธรรม
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2009
รองนายกฯ สุเทพ มอบนโยบาย“ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๒”
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2009
สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง มอบนโยบาย “ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๒” เน้นเพิ่มมาตรการกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง/ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการและมอบนโยบาย “ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๒” โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ส. หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ กอ.รมน. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนองค์กรภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมกว่า ๖๐๐ คน ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวรายงานถึงปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อยุติสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด และนำความสงบสุขกลับสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ภายใต้ “ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน” ในระยะที่ ๑ (๑ เมษายน - ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒) ซึ่งประกอบไปด้วย รั้วชายแดน รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน และรั้วครอบครัว โดยได้กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. เป็นกลไกนโยบายระดับชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นฝ่ายเลขานุการประสานการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์กับหน่วยงานต่างๆ และให้ กอ.รมน. เป็นกลไกอำนวยการ และมีศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๑ (ศปป.๑) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งที่ผ่านมาทุกหน่วยงานดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จนปรากฏผลงานอย่างเป็นรูปธรรมหลายประการ แต่ระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติดยังคงดำรงอยู่และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อปัญหายาเสพติด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเดือนร้อนของประชาชน และเน้นให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งรัดดำเนินงานเพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดระดับความรุนแรงลงหรือหมดไปในที่สุด
รัฐบาลจึงเห็นชอบให้กำหนด “ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๒” (พฤศจิกายน ๒๕๕๒ - กันยายน ๒๕๕๓) โดยมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ คือ หยุดยั้งและลดระดับการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในขอบเขตทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด มิให้ปัญหายาเสพติดส่งผลต่อวิถีชีวิตความปลดภัยและความสงบสุขของประชาชน
โอกาสนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้กล่าวมอบนโยบายว่า “ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน” เป็นยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ที่ตรงข้ามกับการใช้ความรุนแรงที่ขัดต่อหลักนิติธรรม แต่เป็นนโยบายที่กระตุ้นให้ทุกมิติทางสังคมต้องร่วมมือกับทางภาครัฐในการแก้ไขปัญหายาเสพติด “ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน” มิได้หมายความว่า จะดำเนินการด้านยาเสพติดเฉพาะด้านการป้องกันเพียงมาตรการเดียวเท่านั้น แต่จะต้องมีการดำเนินการในทุกมาตรการ ทั้งด้านการปราบปรามและการบำบัดรักษาควบคู่ไปด้วย ปฏิบัติการในครั้งนี้ รัฐบาลมีเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าที่จะลดระดับปัญหายาเสพติดในประเทศให้จงได้ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรก ที่อยากให้ทุกจังหวัด และอำเภอที่มีความพร้อม ได้จัดตั้งกลไกของภาคประชาชน - ประชาสังคม เป็นกลไกคู่ขนานกับกลไกของภาครัฐ โดยใช้ศักยภาพของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ ”
“บิ๊กยุติธรรม” ดันคลอดกฎหมายปกป้องสิทธิผู้ป่วยสมองตาย
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2009
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมผลักดันกฎหมายทางการแพทย์ว่าด้วยเรื่อง“สมองตาย” หวังให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีข้อยกเว้น และให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนากฎหมายทางการแพทย์ เรื่อง “สมองตาย : การตายตามกฎหมายที่แพทย์วินิจฉัยและนักกฎหมายควรทราบ” ณ ห้องประชุมนายแพทย์ไพจิตร ปวะบุตร อาคาร ๗ ชั้น ๙ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ อาทิ แพทย์ อาจารย์มหาวิทยาลัย ทนายความ ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา นักกฎหมาย ฯลฯ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาการตายทางการแพทย์ที่เรียกว่า “สมองตาย” นี้ได้เกิดขึ้นมาช้านานแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างวิชาการทางแพทย์และทางกฎหมาย โดยทางการแพทย์ตามหลักวิชาการยืนยันว่าผู้ที่สมองตายนั้นถือว่าเป็นการตายแล้วและแพทย์สามารถยุติการรักษาชีวิตเพื่อนำเอาอวัยวะไปปลูกถ่ายต่อไปได้ ส่วนทางนักกฎหมายนั้นยึดหลักตัวบทกฎหมายที่ว่าผู้ป่วยสมองตายนั้นถือว่าตายแล้ว ส่วนการตายด้วยภาวะสมองตายนั้นยังไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอนที่จะวินิจฉัยและอาจเกิดการยุติชีวิตผู้ป่วยโดยอ้างว่าอยู่ในสภาวะสมองตายโดยไม่สมควรหรือมีเหตุผลแอบแฝงจึงหาข้อยุติไม่ได้
สำหรับการจัดสัมมนาในเรื่องนี้ถือเป็นการพัฒนามุมมองเชิงวิชาการด้านการแพทย์และด้านกฎหมาย และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้แพทย์ นักกฎหมาย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจในการรับรองการตายโดยเกณฑ์สมองตาย และขั้นตอนในการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสังคมในภาพรวมและสามารถนำไปปฏิบัติตามผลบังคับใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการหาข้อสรุปและข้อยุติ เพื่อนำไปสู่การผลักดันเป็นกฎหมายในภายภาคหน้า และให้เป็นที่ยอมรับในวงสากล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
วัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนาฯ เพื่อให้การวินิจฉัยการตายโดยแพทย์เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักสากล และเพื่อให้ไม่เกิดข้อโต้แย้งทางกฎหมายในการวินิจฉัยการตายโดยเกณฑ์สมองตาย รวมทั้งเพื่อให้ผู้ป่วยสมองตายได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และหากเป็นผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะบริจาคอวัยวะได้ ควรได้รับโอกาสที่จะบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
ยธ.ขยายเครือข่าย อสย.เมืองลำพูน
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2009
ผู้ช่วยรมว.ยธ. พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม นำทีมเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม เปิดรับสมัครอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมในพื้นที่เมืองลำพูน หวังผนึกกำลังช่วยเป็นหูเป็นตาให้ภาครัฐในการป้องกันปัญหาอาชญากรรม ภายใต้การกำกับดูแลของ “สำนักบังคับคดีอาญา” ในอนาคต
เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๓๐ น.นายอุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดประธานเปิดโครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ครั้ง ๕ พร้อมด้วยนายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงาน ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
นายอุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายในการเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมายและการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้ชื่อโครงการ “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” ซึ่งมีบทบาทในการเข้ามาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนรวมถึงการกระทำที่เป็นภัยต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ภาครัฐได้รับทราบข้อมูลจนนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ อย่างทันท่วงที
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวอีกว่า หน้าที่หลักของอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมที่นอกเหนือจากการเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรมภายในพื้นที่แล้วยังมีหน้าที่ที่สำคัญอีก อย่าง คือ การร่วมกันปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติอีกด้วย
“ในอนาคตกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายที่จะก่อตั้งสำนักงานบังคับคดีอาญาและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นหน่วยงานก่อตั้งขึ้นใหม่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายให้มีความเป็นธรรมและตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งหน่วยงานนี้จะเข้ามากำกับดูทุกท่านที่เป็นอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ซึ่งในแต่ละจังหวัดอาสาสมัครจะปฏิบัติงานภายในหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ สน.ยุติธรรม ทั่งประเทศเพื่อเป็นหู เป็นตา ในการแจ้งเบาะแสให้แก่กระทรวงยุติธรรมในอนาคต ซึ่งปัจจุบันสำนักงานบังคับคดีอาญาและการบังคับใช้กฎหมายผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม กล่าว
นายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และให้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในการนำไปปฏิบัติงานให้ได้อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นการสร้างเวทีให้กับอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นซึ่งกันและกันในการนำไปสู่กระบวนการสร้างความสงบสุขภายในสังคม
และการดำเนินงานโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม แห่งนี้เป็นแห่งที่ ๔ ของส่วนภูมิภาค โดยปัจจุบันมีประชาชนสมัครเป็นอาสาสมัครแล้วกว่า ๗๐๐๐ คน โดย จังหวัดลำพูน มีประชาชนเข้าสมัครและรับการอบรมในครั้งนี้ประมาณ ๔๐๐ คน
สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจสมัครเป็น “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” สามารถขอรับใบสมัครและสมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.moj.go.th แล้วส่งใบสมัครพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทางไปรษณีย์มายังศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ๑๑๑๒๐ โทร. ๐ ๒๕๐๒ ๖๕๐๐
ยธ.ขยายเครือข่าย อสย. เมืองแพร่
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2009
ผู้ช่วยรมว.ยธ. พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม นำทีมเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม เปิดรับสมัครอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมในพื้นที่เมืองแพร่ เน้นการปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญและร่วมกันปกป้องเถิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายอุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดประธานเปิดโครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ครั้ง ๔ พร้อมด้วยนายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงาน ณ หอประชุมโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านเชตวัน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
นายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และให้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในการนำไปปฏิบัติงานให้ได้อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นการสร้างเวทีให้กับอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นซึ่งกันและกันในการนำไปสู่กระบวนการสร้างความสงบสุขภายในสังคมและการดำเนินงานโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม แห่งนี้เป็นแห่งที่ ๓ ของส่วนภูมิภาค โดยปัจจุบันมีประชาชนสมัครเป็นอาสาสมัครแล้วประมาณ ๗๐๐๐ คน โดย ในพื้นที่จังหวัดและมีผู้เข้าร่วมการอบรมประมาณ ๔๐๐ คน
นายอุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และมีภารกิจหลักส่วนหนึ่ง คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางกระทรวงยุติธรรมจึงจัดทำโครงการ “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมายและการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม โดย “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” จะมีบทบาทในการเข้ามาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนรวมถึงการกระทำที่เป็นภัยต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ภาครัฐได้รับทราบข้อมูลจนนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ อย่างทันท่วงที
พี่น้องประชาช นสนใจสมัครเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมยังมีนโยบายในการที่จะสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความยุติธรรมแก่สังคมในพื้นที่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยศูนย์แห่งนี้จะทำงานเชื่อมโยงกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและกระทรวงยุติธรรม โดยจะเป็นสถานที่ซึ่งพี่น้องประชาชนจะสามารถเข้าถึงกระทรวงยุติธรรม เข้าถึงความยุติธรรม กับพี่น้องประชาชนตามนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าประจำกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายในการจัดตั้งโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมขึ้นเพื่อเป็นการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสในการการอำนวยความยุติธรรมให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศโดยภาคประชาชนนอกจากนี้หน้าที่ของอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมที่สำคัญอีกอย่างคือ การร่วมกันปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติอีกด้วย
สำหรับประชาชนที่สนใจสมัครเป็น “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” สามารถขอรับใบสมัครและสมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.moj.go.th แล้วส่งใบสมัครพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทางไปรษณีย์ มายังศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ๑๑๑๒๐ โทร. ๐ ๒๕๐๒ ๖๕๐๐
กระทรวงยุติธรรมขยายเครือข่าย อสย.พื้นที่ภาคเหนือ
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2009
รมว.ยธ. ขึ้นเหนือรุกงาน อสย .และมอบนโยบายข้าราชการในพื้นที่พิษณุโลก ชูนโยบายการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอำนวยความยุติธรรมต่อสังคม และเปิด สน.ยุติธรรมแห่งแรกของประเทศ จากนั้นมอบนโยบายแก่ข้าราชการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เน้นการบูรณาการการทำงานและยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๒๐ น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปเปิดโครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ณ สวนสาธารณะสวนของพ่อ ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงานต่อรัฐมนตรีฯ ซึ่งสรุปได้ว่าการดำเนินงานโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม แห่งนี้เป็นแห่งที่๒ ของส่วนภูมิภาค โดยปัจจุบันมีประชาชนสมัครเป็นอาสาสมัครแล้วประมาณ ๗๐๐๐ คน โดย ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีความพิเศษ คือ การที่ประชาชนในพื้นที่สนับสนุนการทำงานตามโครงการอย่างดีเยี่ยม โดยได้บริจาค อาคาร เป็นที่ทำการสน.ยุติธรรม ซึ่งเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และมีภารกิจหลักส่วนหนึ่ง คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางกระทรวงยุติธรรมจึงจัดทำโครงการ “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมายและการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม โดย “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” จะมีบทบาทในการเข้ามาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนรวมถึงการกระทำที่เป็นภัยต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ภาครัฐได้รับทราบข้อมูลจนนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ อย่างทันท่วงที
“พี่น้องประชาชนสนใจสมัครเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมยังมีนโยบายในการที่จะสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความยุติธรรมแก่สังคมในพื้นที่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยศูนย์แห่งนี้จะทำงานเชื่อมโยงกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและกระทรวงยุติธรรม โดยจะเป็นสถานที่ซึ่งพี่น้องประชาชนจะสามารถเข้าถึงกระทรวงยุติธรรม เข้าถึงความยุติธรรม กับพี่น้องประชาชนตามนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงยุติธรรมดำเนินโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมมาระยะหนึ่ง ก็มีแนวทางในการที่จะเปิดสน.ยุติธรรมขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการของอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม โดยครั้งแรกมีความตั้งใจใน การจัดตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรก แต่ในวันนี้พื้นที่จังหวัดพิษณุโลกโดยการนำของนายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต๒ จังหวัดพิษณุโลก ให้การสนับสนุนสถานที่ในการเปิด สน.ยุติธรรม จึงถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยในการรวมตัวของภาคประชาชนที่สนใจและเสนอให้มีการจัดตั้งสน.ยุติธรรมขึ้น
สำหรับประชาชนที่สนใจสมัครเป็น “อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม” สามารถขอรับใบสมัครและสมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.moj.go.th แล้วส่งใบสมัครพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทางไปรษณีย์ มายังศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น ๒๒ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ๑๑๑๒๐ โทร. ๐ ๒๕๐๒ ๖๕๐๐
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด กองบิน ๔๖ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
สำหรับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จังหวัดพิษณุโลก เป็นการบูรณาการร่วมระหว่างกรมคุมประพฤติกับกองทัพอากาศในการร่วมมือกันเพื่อช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเขตจังหวัดพิษณุโลก มีผู้เข้ารับการอบรมประมาณ ๑๐๐ คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้เสพรายย่อย ซึ่งนอกเหนือจากยาเสพติดประเภทยาบ้าแล้ว ยังมีผู้เสพยาเสพติดประเภทสารละเหยที่เข้ารับการบำบัดด้วย ศูนย์ดังกล่าวใช้แนวทางในการบำบัดฟื้นฟูโดยการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กับการฝึกในวิชาชีพ เพื่อเป็นการคืนคนดีสู่สังคมต่อไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบแนวทางให้ ในเรื่องการฟื้นฟูที่จะเน้นการให้โอกาสผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านกระบวนการในการกลับคืนสู่สังคม รวมทั้งเน้นการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานพหุภาคคือ กองบิน ๔๖ ที่จะกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุมประพฤติ จะต้องดูแล สนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่
จากนั้นเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ในพื้นที่ภาค ๖ และจังหวัดพิษณุโลก โดยได้มอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่ ๗ หน่วยงาน หลักในพื้นที่ ได้แก่ กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมบังคับคดี กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงาน ป.ป.ส.และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดโดยมอบนโยบายในการดำเนินงานในปี ๒๕๕๓ ที่หน่วยงานต่างๆของกระทรวง ฯ ต้องทำงานตามนโนยายของรัฐบาลและทำงานตามการบริหารราชการทั่วไป โดยเน้นการทำงานในหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมราชทัณฑ์ ที่เน้นการปรับรูปแบบการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดซื้ออาหาร ผลไม้ โดยจัดซื้ออย่างประหยัดและนำงบประมาณ ที่เหลือไปใช้ในการจัดทำโครงการสร้างสวัสดิการให้ข้าราการกระทรวงยุติธรรม และที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำ ที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง เช่นการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
สำหรับกรมบังคับคดี ได้เน้นการปรับปรุงกฎระเบียบ การกำหนดราคา การขายทอดตลาด ซึ่งต้องทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าได้รับความเป็นธรรมและในส่วนของกรมคุมประพฤติ จะเน้นการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การคืนคนดีสู่สังคม และที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ ในโครงการ SP 2 ของรัฐบาล ซึ่งได้รับการอนุมัติแล้วในการที่จะจัดทำโครงการจ้างงานของกระทรวงยุติธรรม ในการจ้างผู้ที่ผ่านการฟื้นฟู ผ่านการต้องโทษ โดยกระทรวงยุติธรรมจะจัดทำเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การให้โอกาสผู้พลั้งพลาดเป็นสิ่งที่ทำได้จริง
และในส่วนของกรมพินิจฯ ที่ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ โดยต้องเน้นวิธีการทำให้เด็กที่ทำผิด รู้สึกผิดชอบชั่วดี อย่างจริงจัง อีกทั้งในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ส. เขต 6 ที่เน้นการที่เชื่อมโยงกับการทำงานตามนโยบายรัฐบาล คือ ๕ รั้วป้องกัน และประสานกับการทำงานที่ลดเครือข่ายการค้ายาเสพติดในเรือนจำ
ท้ายสุด ในส่วนของสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ในปี ๒๕๕๓ จะต้องมีการผลักดันให้มีอัตรากำลัง และโครงสร้างที่แน่นอน โดยเบื้องต้น อาจกำหนดโครงสร้างและอัตรากำลังที่ชัดเจนโดยจะแบ่งเป็น ๙ ภาค หรือ ๑๘ ภาค ในอนาคต
ยธ.บูรณาการร่วม ๓ กระทรวง จัดซื้อเครื่องบริโภค “ในคุก”
วันอังคารที่ 03 พฤศจิกายน 2009
“ปปง. ร่วมมือ IMF” ยกร่างแผนแม่บทต้านการฟอกเงิน
วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2009
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการความร่วมมือวิชาการด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินฯ ภายใต้การช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
อาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม สร้างสังคมสมานฉันท์
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2009
กระทรวงยุติธรรมผนึกกำลังเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทย “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รมว.ยุติธรรม คาดหวังมีสถานียุติธรรมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของอาสาสมัคร
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดและกล่าวบรรยายพิเศษโครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม โดยมีนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ประชาชนผู้สนใจมาเข้าร่วมกว่า ๓๐๐ คน ณ โรงเรียนเทพลีลา ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
การเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม ในบทบาทสมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมาย และการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม โดยการเข้ามาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ โครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมจัดให้มีการอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ และเป็นเวทีให้กับอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กล่าวว่า โครงการสร้างความสมานฉันท์ด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั้ง ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานคร และประชาชนในจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและการปฏิบัติตนเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม ในปัจจุบันนี้มีผู้ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมแล้วกว่า ๖,๘๐๐ คน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐเพื่อให้เกิดการดูแลสังคมร่วมกัน ในด้านอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมจะเข้ามาช่วยกันตรวจสอบ สอดส่อง การกระทำที่ผิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิ การทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวในพื้นที่ รวมไปถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจของส่วนราชการและการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ การช่วยภาครัฐตรวจสอบว่ามีบุคคลกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ที่กระทำผิดกฎหมาย การล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ การทำงานของอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรมในระดับแรก คือ การให้เบาะแสการกระทำที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งมาที่กระทรวงยุติธรรม โทร. ๐ ๒๕๐๒ ๖๕๐๐ และการทำงานในระดับที่สอง คือ ผู้ที่มีความตั้งใจเข้ามาร่วมกันทำงานในสถานียุติธรรม ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนในสังคมได้อย่างใกล้ชิด
จากนั้นเป็นการบรรยายให้ความรู้แก่อาสาสมัครฯ ในหัวข้อต่างๆ ได้แก่ “สถาบันพระมหากษัตริย์ กับสังคมไทย” โดยอาจารย์สมโรจน์ เตียงนิล รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทพลีลา หัวข้อ “บทบาทอาสาสมัครกับการคุ้มครองผู้บริโภค” โดยผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และหัวข้อ “ การประสานงานและแจ้งข้อมูลให้กระทรวงยุติธรรม” โดยผู้แทนจากสำนักงานป.ป.ท.
