www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงมหาดไทย

สถานการณ์ภัยแล้ง

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2009

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2552    กระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกประจำกระทรวงมหาดไทย (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม 2552 ) ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบภัยแล้งแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ 15 จังหวัด, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด,
ภาคกลาง 5 จังหวัด, ภาคตะวันออก 7 จังหวัด  และภาคใต้ 5 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 49 จังหวัด  สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งมากที่สุด ได้แก่ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย รวม 781,443 ไร่ แยกเป็น พืชไร่ 375,250 ไร่ นาข้าว 242,526 ไร่ และพืชสวน 165,304 ไร่
                  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2552    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน
พร้อมประสานให้ทุกจังหวัด  จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ ระดับจังหวัด/อำเภอ/ท้องถิ่น  เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง
  และได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ได้แก่ การจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค   การจัดหาน้ำเพื่อการเกษตร   การสร้างรายได้และส่งเสริมอาชีพระยะสั้น การควบคุมและป้องกันโรค  ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการระมัดระวัง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอื่นๆ ในช่วงฤดูร้อน 

สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง เบื้องต้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ จำนวน 1,467 คัน แจกจ่ายน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยแล้งไปแล้วจำนวน 282,905,730 ลิตร ซ่อมสร้างทำนบ/ฝายชั่วคราวปิดกั้นลำน้ำ 3,880 แห่ง ขุดลอก แหล่งน้ำ 1,308 แห่ง ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปแล้วจำนวน 354,459,391 บาท  ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนน้ำสะอาดสำหรับแจกจ่ายผู้ประสบภัยจากการประปาส่วนภูมิภาคตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 จำนวน 137 ล้านลิตร เป็นเงิน 2,193,708 บาท  ดังนั้น  หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานและให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึง ภาพรวมของอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ พ.ศ. 2551 ที่ผ่านพ้นไปว่า จำนวนอุบัติเหตุส่วนใหญ่มีผลมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์แบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายและขาดความรับผิดชอบของกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 15 – 19 ปี
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นกลไกในการอำนวยการ เร่งรัด ติดตาม กำกับดูแลการดำเนินการตามนโยบายสำคัญเร่งด่วน ซึ่งจะต้องเน้นหนักและเร่งรัดการปฏิบัติตามนโยบายอย่างเข้มข้นในช่วงเวลา ๙๐ วัน คือ ระหว่างช่วงวันที่ ๑ มีนาคม - ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดยทุกจังหวัด/อำเภอ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด/อำเภอ เพื่อดำเนินการในพื้นที่แล้วนั้น

ม.ล.ปนัดดา  ดิศกุล  โฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. ได้เสนอข่าว กรณีมีราษฎรจำนวนหนึ่งในพื้นที่ ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้ปลูกสร้างอาคารบ้านพักในพื้นที่บริเวณโครงการเก็บน้ำห้วยผาก  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  เพื่อหวังค่าชดเชยรื้อถอน  นั้น                               
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เตือนผู้ใช้ยางรถยนต์มือสองหรือยางเปอร์เซ็นต์ควรหมั่นตรวจสอบลมยางและสภาพยางเป็นประจำ โดยเฉพาะรถที่ต้องใช้งานรับน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดยางระเบิดได้ พร้อมแนะหากเกิดยางระเบิด ควรจับพวงมาลัยให้มั่น แล้วรีบนำรถเข้าข้างทาง ไม่ควรเบรกกะทันหัน เพราะอาจทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำได้ นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ยางรถยนต์มือสองเพิ่มมากขึ้นและยางรถยนต์ก็มีส่วนสำคัญต่อความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เพราะต้องรับความเร็ว แรงเสียดทานและน้ำหนักทั้งหมด ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากยางระเบิดได้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยางระเบิดคือ การนำยางรถยนต์ที่ใกล้หมดสภาพ (ยางเปอร์เซ็นต์หรือยางมือสอง)มาใช้งาน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะผู้ใช้รถควรหมั่นตรวจสอบอาการเบื้องต้นของยางเสื่อมคุณภาพ ซึ่งเป็นอาการเตือนก่อนยางระเบิด ดังนี้ ลมยางอ่อนบ่อยโดยไม่พบรอยรั่ว มีอาการบวมที่หน้ายางหรือแก้มยาง เวลาเบรกมีเสียงดังที่ยางคล้ายการเบรกอย่างรุนแรง พวงมาลัยหรือตัวรถมีอาการสั่นทั้งๆ ที่ได้ทำการถ่วงล้อหรือ ตั้งศูนย์แล้ว หากรถมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรนำรถไปให้ช่างตรวจสอบสภาพยางหรือเปลี่ยนยางใหม่ในทันที นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า กรณีที่ยางระเบิด ควรจับพวงมาลัยให้มั่นคงและบังคับรถเข้าข้างทาง ไม่ควรเบรกกะทันหัน จะทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำได้ ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อชะลอลดความเร็ว กรณียางระเบิดที่ล้อหลังท้ายรถจะส่าย ควรจับพวงมาลัยให้มั่นคง พยายามย้ำเบรกหลายๆครั้งติดต่อกัน เพื่อให้น้ำหนักรถตกอยู่ล้อข้างที่ใช้งาน หากยางล้อหน้าระเบิดควรจับพวงมาลัยให้มั่นคง แตะเบรกให้เบาที่สุด และรีบนำรถเข้าข้างทาง นอกจากนี้ พฤติกรรมการขับรถก็เป็นส่วนหนึ่งของการถนอมอายุยางรถยนต์เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่ควรออกรถ หยุดรถ หรือหักเลี้ยวอย่างแรง หลีกเลี่ยงหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวาง เติมลมยางตามค่าความจุของรถที่กำหนด สลับยางและถ่วงล้อตามระยะเวลา และระยะทางที่กำหนด เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการนำยางมือสองหรือยางเปอร์เซ็นต์มาใช้งาน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประสบอุบัติเหตุได้ หากผู้ขับรถนำยางเก่ามาใช้งาน ควรหมั่นตรวจสอบสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะรถที่ต้องใช้งานรับน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเช้าวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการบรรยายพิเศษโครงการปัจฉิมนิเทศสถาบันระดับอุดมศึกษาว่า เยาวชนในยุคสมัยนี้เป็นความหวังของชาติ เพราะคนรุ่นเก่าหลายๆ คนกลับกลายเป็นกลุ่มคนที่ปราศจากจุดยืนอันเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองเสียมาก เช่น นักการเมืองบางคนที่เห็นแก่เงินทองและความโลภโมโทสันอย่างไม่จบสิ้น
เพราะจะเห็นได้จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในโค้งสุดท้ายก่อนหน้าการเลือกตั้ง ที่ “พลังเงียบ” อันหมายรวมถึงนิสิตนักศึกษาผู้ล้วนเป็นอนาคตของบ้านเมืองต่างยังสงวนท่าทีและฉลาดในการไม่แสดงออกซึ่งจุดยืนในทางการเมืองของตนเองให้ใครทราบ ส่วนใหญ่มักให้คำตอบว่า จะพินิจพิเคราะห์อย่างรอบคอบในการเลือกคนดี มีศีลธรรม เคารพกฎหมาย ไม่กล่าวคำเท็จ มีความรักประเทศชาติอย่างบริสุทธิ์ใจ และเทิดทูนในหลวงเหนือสิ่งอื่นใด
โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า การกล่าวในเชิงนี้ของกลุ่มเยาวชนที่ตนได้สัมผัสมา อธิบายถึงความมีวุฒิภาวะอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่ทุกๆ คนจะสามารถนอนตาหลับได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงกลับกลายเป็นผู้ใหญ่บางกลุ่มบางคนในสนามการเมืองที่ไม่เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนเหล่านั้น แม้แต่น้อย เด็กๆ เสียอีกที่มองว่านั่นไม่ใช่ความถูกต้อง แต่เป็น “ของปลอม” ที่เกิดขึ้นจากความโลภและเป็นข้อผิดพลาดในทิศทางการจรรโลงรักษาประเทศ เช่น การสนับสนุนคนโกงกินชาติ การหลีกเลี่ยงกฎหมายเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง การพูดจาหยาบคายแบบตีวัวกระทบคราดผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองโดยไม่คำนึงว่าอะไรควรมิควร
นักการเมืองผู้ประพฤติปฏิบัติเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่นักการเมืองในอุดมคติทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี แต่เป็นขวากหนามขวางกั้นความเจริญเติบโตของประชาธิปไตย ที่คนไทยต้องช่วยกันขจัดออกไปให้หมดสิ้น แม้อาจต้องใช้เวลา
ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้เป็นเพื่อนร่วมชาติที่รักยิ่งโปรดออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ที่ วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ศกนี้ และมีความหวังร่วมกันอย่างไม่ท้อแท้ที่ประเทศชาติจะดำรงอยู่ได้ด้วยคุณความดีของแผ่นดินซึ่งบรรพชนของชาติได้สั่งสมไว้ให้แก่เราทุกคน
มท.จัดประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย-ลาว ครั้งที่ 7ณ จ.เพชรบุรี
หน้า 82 จาก 82