นายเกริกไกร จีระแพทย์ เปิดเผยภายหลังจากนายฮิโตชิ วาตานาเบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นและคณะได้เข้าพบปะหารือ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้สอบถามถึงความคืบหน้าของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2550 และ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักธุรกิจและนักลงทุนชาวญี่ปุ่นหลังประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันว่าพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเนื้อหาสาระสำคัญยังคงเดิม สิ่งที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นเพียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นการอุดช่องโหว่ของกฎหมายเดิม อาทิ คำนิยาม และบทลงโทษต่างๆ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นในเรื่องของการมีผลใช้บังคับย้อนหลังและการอนุมัติการทำธุรกิจบางประเภท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. และคงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อนักธุรกิจหรือนักลงทุนญี่ปุ่นเดิม หรือแม้แต่นักธุรกิจหน้าใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยทางรัฐบาลไทยจะดูแลภายใต้กรอบของกฎหมาย เช่นเดียวกับนักลงทุนชาติอื่นๆ
นายเกริกไกรกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่น หรือ เจเทปป้า ก็คงจะผ่านกระบวนการขั้นตอนเสร็จสิ้นและเริ่มบังคับใช้ได้ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าว ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี
ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นแจ้งว่าในอนาคต ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยและญี่ปุ่น จะต้องมีการทำธุรกิจและมีความร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น และจะเป็น กลไกลสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมไทยได้ปรับโครงการผลิตและการส่งออกในอนาคตภายใต้เจเทปป้า ทั้งนี้นักธุรกิจญี่ปุ่นยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยในอนาคต
ผู้นำเสนอ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์และกิจกรรมพิเศษ
ที่มา สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์
