กระทรวงพาณิชย์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "Franchise Day" ประจำปี 2556 เมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 6 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "Franchise Day" ประจำปี 2556 เมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 6 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า //// นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Franchise Day” ว่า

ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งส่งเสริมพัฒนาสาขาธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งอยู่ภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (AFAS : Asean Frameworks Agreement on Services) เพราะเป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจในการขยายสาขาที่มีประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัด สร้างความได้เปรียบในด้านแหล่งเงินทุน

และบุคลากรที่จะมาร่วมสร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์กร ช่วยสร้างธุรกิจรายใหม่ให้มีโอกาส ประสบความสำเร็จมากกว่าและเร็วกว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเอง //// “ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ไทยมีอยู่ประมาณ 452 ราย 36,420 สาขา มีมูลค่าตลาดโดยรวมประมาณ 184,120 ล้านบาท คาดว่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตประมาณ 15-20% ต่อปี ระบบของธุรกิจแฟรนไชส์

สามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจอื่นได้ โดยใช้เป็นกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสปา ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจท่องเที่ยว เป็นต้น และเพื่อเป็นการรองรับอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นของธุรกิจดังกล่าว ภาครัฐต้องมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้าง

องค์ความรู้และสนับสนุนการสร้างมาตรฐานให้แก่ระบบธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อให้ธุรกิจขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งธุรกิจเองต้องตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเองให้เท่าเทียมกับระดับสากล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งผลักดันให้ธุรกิจขยายไปสู่ตลาดกลุ่มอาเซียนหรือกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น ผมจึงมอบหมายให้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ” //// รํฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจที่เข้าร่วมงาน Franchise Day ในครั้งนี้

จะได้รับความรู้และกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เกิดการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจระหว่างเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจด้วยกัน

รวมถึงได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนขยายธุรกิจไปสู่ตลาด AEC ได้อย่างมั่นใจ