www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายให้แก่หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายให้แก่หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ (HTAs : Honorary Trade Advisory to Ministry of Commerce) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ห้อง ประชุมวิภาวดี บอลรูม ซี โรงแรมเซนทารา แกรนด์แอท เซ็นทรัล ลาดพร้าว

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยในระหว่างปาฐกถาพิเศษประเทศไทยยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจใหม่" ให้หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(ทูตพาณิชย์) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ (HTA) หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในโอกาสจัดทำเป้าหมายการส่งออกปี 2556 ของไทย เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2555ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าวว่า ประเทศไทยได้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งจากผลงานร่วมกันในการส่งเสริม ฟื้นฟูและพัฒนาสินค้า ทำให้ตัวเลขการส่งออกในเดือนตุลาคม 55 ขยายตัวสูงถึง 15.5% หรือมีมูลค่ากว่า 19,524 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งผลให้ 10 เดือนแรก(ม.ค.-ต.ค.)ของปีนี้ มีมูลค่าส่งออกว่า การส่งออกมีมูลค่ารวม 191,862 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.3%

คาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 จะส่งออกได้เฉลี่ยประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ดังนั้นยอดส่งออกรวมทั้งปี 2555 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 232,348 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 5% และเป้าหมายการส่งออกในปี 2556 คาดว่าหากมีการร่วมมือร่วมใจกันฝ่าฝันวิกฤตเศรษฐกิจโลกและปัจจัยลบต่างๆ เชื่อว่าการส่งออกปี 56 จะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องนายบุญทรง กล่าว

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้มอบนโยบายให้เร่งพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถให้เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการสู่ความเป็นนักการค้า(Trading Nation) เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ โดยเน้นการสร้าง การต่อยอดนวัตกรรมและการเชื่อมโยงกับภูมิภาคอาเซียนมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า โดยใช้อาเซียนเป็นฐานไปสู่เวทีโลก จากความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในอาเซียน พร้อมกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและตลาดของอาเซียนเป็นฐานสู่เวทีโลกเช่นเดียวด้วย และการยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่า เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าบริการและผลักดันมาตรฐานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การผลิตและการค้าโดยใช้องค์ความรู้ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน เพื่อมาตรฐานการดำรงชีพของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวหอมมะลิไทย สินค้าอินทรีย์และฮาลาล ที่มีการมาตรฐานและความปลอดภัย, การเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตการค้าให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นอีก, การเร่งเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะติดตามโครงการอาเซียนเชื่อมต่อกับส่วนต่างๆ ให้ครอบคลุมทางหลวงทางรถไฟและโหมดอื่น ๆ ของการขนส่ง โดยมีเป้าหมายผลักดันโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งมีการกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 10 ประเทศในอาเซียน และก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน(เออีซี)ที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน วัตถุดิบและเทคโนโลยีได้สะดวก พอเหมาะกับประชากรกว่า 600 ล้านคนนายบุญทรง กล่าว

นอกจากนี้จะส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ การเพิ่มนวัตกรรมและการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น, การพัฒนาการค้าบริการ รวมทั้งโลจิสติกส์การท่องเที่ยว สุขภาพ การศึกษา ก่อสร้าง เพื่อดึงดูดลูกค้าต่างประเทศมาใช้บริการระดับโลกของไทย เช่น โรงพยาบาลสปาและการดูแลสุขภาพ และในขณะเเดียวกัน จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศด้วย การส่งเสริมผลิตภัณฑ์สีเขียวและปัญหาการเกิดเกี่ยวกับความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งกรมฯต้องการข้อมูลการค้าที่ล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อให้ทันกับการค้ายุคใหม่ การแสวงหาวิธีการใหม่ ค้นหาตลาดใหม่ในตลาดหลักและเจาะตลาดใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

ในด้านตัวสินค้า จะให้กรมฯจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายการค้าสินค้าอาหาร ตามนโยบายการผลักดัน ครัวไทยเป็นครัวของโลก, ข้าวหอมมะลิ, ฮาลาล,ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(โอท็อป) โดยอยู่บนพื้นฐานของการปรับเปลี่ยนบทบาทของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศใหม่ ที่ต้องบริหารด้านวัตถุดิบ แรงงานและเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและการอำนวยความสะดวกการค้าสำหรับผู้ประกอบการนายบุญทรง กล่าว

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึง 8 ภารกิจของกรมฯในปี 56 ว่า ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตการเงินในยุโรป ตลาดหลักยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติและอื่นๆ ซึ่งกรมฯได้ปรับแผนเชิงรุกและเพิ่มภารกิจในการทำงาน โดยเน้นใน 8 ภารกิจหลัก จะช่วยให้การส่งออกในปี 2556ขยายตัวได้ดีขึ้น ดังนี้ 1.การขยายการค้าและการลงทุนกับประเทศสมาชิกอื่นของอาเซียน และพันธมิตรของอาเซียนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 2.ครัวไทยสู่ครัวโลกและสินค้าฮาลาล 3.การพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อรองรับเศรษฐกิจ สีเขียว 4.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแสวงหาวัตถุดิบและปัจจัยการผลิต 5.การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ตลาดการค้าระหว่างประเทศ 6.การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของไทย รวมทั้งสินค้า OTOP 7.การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสินค้า บริการ และผู้ประกอบการไทย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับ 8.การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ใช้ประโยชน์จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ในปี 2556 กรมฯ มีแนวทางการดำเนินการใน 8 ภารกิจหลัก ซึ่งกรมฯ จะให้ HTA เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออกสินค้าไทยให้มากขึ้น โดยให้ทำงานร่วมกับทูตพาณิชย์ในการบุกเจาะตลาด และเน้นในสินค้าที่เป็นเป้าหมายที่กรมฯ ได้กำหนดไว้ และขอให้ HTA ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาด ช่องทางการเข้าสู่ตลาด ให้กับผู้ประกอบการไทยด้วยนางศรีรัตน์กล่าว

 

**************************

สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์