www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงข่าว “ภาวะการนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้า ประจำเดือนตุลาคม 2555”

นางศรีรัตน์  รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงข่าว ภาวะการนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้า ประจำเดือนตุลาคม 2555เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2555  ณ  ห้องกิติยากรวรลักษณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

การค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนตุลาคม 2555

การค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนตุลาคม 2555 และระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ต.ค.) สรุปได้ดังนี้

1.การส่งออก

§ เดือนตุลาคม 2555 มีมูลค่า 19,524.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.57 ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 597,479.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.87

§ ระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ต.ค.) มีมูลค่า 191,861.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.34 ในรูปเงินบาท  มีมูลค่า 5,943,966.2  ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.47

§ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออก ปัจจัยบวก อาทิ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554  การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและการขยายการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ปัจจัยลบ อาทิ  การลุกลามของปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าของไทยในประเทศคู่ค้าเช่น จีน สหภาพยุโรป

§ การส่งออกสินค้าในเดือนตุลาคม 2555 เพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ และหมวดสินค้าอื่นๆ โดย

Ø หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 9.0 % โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่               ยางพารา (-40.1%) กุ้งแช่แข็งและแปรรูป (-24.5%) ผักและผลไม้ (-29.1%) น้ำตาล (-12.3%) สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว (+29.2%) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+34.7%) อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) (+11.9%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+15.3%)

Ø หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 24.3% โดย สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่          เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (+23.0%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (+25.2%) ยานยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+53.4%) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (+10.5%) วัสดุก่อสร้าง (+74.5%) อัญมณีและเครื่องประดับ (+3.9%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+2.1%) สิ่งพิมพ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์ (+18.0%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (+9.9%) สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ สิ่งทอ (-3.2%) เครื่องเดินทาง เครื่องหนังและรองเท้า (-3.4%) เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ (-2.2%)

Ø หมวดสินค้าอื่นๆ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 16.3%

§ การส่งออกระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ต.ค.) เพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ และหมวดสินค้าอื่นๆโดย

Ø หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 11.3% โดย สินค้าส่งออกที่ลดลง  ได้แก่ ข้าว (-31.2%) ยางพารา  (-32.2%) กุ้งแช่แข็งและแปรรูป (-17.0%) สินค้าที่ส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+8.1%) อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) (+12.1%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+10.1%) น้ำตาล (+13.5%)

Ø หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2.4% โดย สินค้าที่ส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+18.8%) วัสดุก่อสร้าง (+14.8%) อัญมณีและเครื่องประดับ (+10.1%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+0.6%) สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ (+8.1%) เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ (+6.6%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+17.2%) สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (-4.5%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (-1.2%) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (-2.6%)   สิ่งทอ (-14.6%) เครื่องเดินทาง เครื่องหนังและรองเท้า (-9.2%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (-3.7%)

Ø หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 5.5%

§ การส่งออกเป็นรายตลาด

Ø เดือนตุลาคม 2555 ส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ดีในทุกตลาด โดย

§ ตลาดหลัก ภาพรวมเพิ่มขึ้น 12.3% โดย ญี่ปุ่น (+10.2%) สหรัฐอเมริกา (+17.0%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (+9.6%)

§ ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 11.9 % โดย ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อาเซียน(9) (+14.0%) เอเชียใต้ (8) (+19.2%) อินเดีย (+37.7%) ฮ่องกง (+55.9%) เกาหลีใต้ (+15.2%) ไต้หวัน (+14.6%) ตลาดที่ลดลงได้แก่  จีน (-7.7%) 

§ ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 31.4 % โดย ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย (+46.7%) ตะวันออกกลาง (+37.7%)  ทวีปแอฟริกา (+36.4%) ลาตินอเมริกา (+11.3%) รัสเซียและCIS (+72.0%) แคนาดา (+10.0%) ตลาดที่ลดลงได้แก่ สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-2.8%)

§ ตลาดอื่น ๆ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 12.0 % โดยสวิตเซอร์แลนด์  (+16.6%)

Ø ระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ต.ค.) ส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นในตลาดศักยภาพสูง ตลาดศักยภาพระดับรอง และตลาดอื่นๆ โดย

§ ตลาดหลัก ภาพรวมลดลง 4.3% โดย ญี่ปุ่น (-3.3%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (-12.8%) ในขณะที่สหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น (+3.1%)

§ ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 0.8 % โดย ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อาเซียน(9) (+3.0)           อินโดจีนและพม่า (+12.0%) อินเดีย (+4.1%)  ฮ่องกง (+2.5%) เกาหลีใต้ (+1.5%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ จีน (-0.6 %) ไต้หวัน (-14.0%)

§ ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 5.4% โดย ตลาดที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย (+15.0%) ตะวันออกกลาง (+2.6%) ทวีปแอฟริกา (+3.0%) ลาตินอเมริกา  (+14.6%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่  สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-17.9%) รัสเซียและ CIS  (-5.2%) แคนาดา (-9.3%)

§ ตลาดอื่น ๆ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 10.0% โดยสวิตเซอร์แลนด์ (+15.1%)

2. การนำเข้า

§ เดือนตุลาคม 2555 มีมูลค่า 21,993.6   ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.61   ในรูปเงินบาท  มีมูลค่า 681,356.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.96

§ ระยะ 10 เดือนของปี 2555  (ม.ค.- ต.ค.) มีมูลค่า 206,113.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น   ร้อยละ 7.15 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา  ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 6,459,024.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.41

§ การนำเข้าในเดือนตุลาคม 2555 เป็นการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยหมวดเชื้อเพลิง       (+35.6%) (ประเภทน้ำมันดิบ (+43.3%) น้ำมันสำเร็จรูป (-6.6%)) หมวดสินค้าทุน (+48.3%) (ประเภทเครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม (+54.6%) เครื่องจักรไฟฟ้า (+86.2%)) หมวดวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป  (-3.7%) (ประเภทอุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (+20.3%)      เคมีภัณฑ์  (+6.7%) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (+4.1%)) หมวดอุปโภค/บริโภค (+29.1%) (ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (+23.7%))หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (+70.1%)     (ประเภทส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ (+61.2%) รถยนต์นั่ง (+75.5%) และรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก (+153.8%))

§ ปัจจัยที่มีผลต่อการนำเข้า ภาคการผลิตและภาคขนส่งมีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้นและราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นในสินค้าเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป และยานยนต์และอุปกรณ์ที่ไม่สามารถผลิตได้ หรือ ผลิตได้ไม่เพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ รวมทั้งนำเข้าสินค้าสำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

3. ดุลการค้า

§ เดือนตุลาคม 2555 ขาดดุลการค้า 2,469.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 83,877.3 ล้านบาท

§ ระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ต.ค.) ขาดดุลการค้ามูลค่า 14,251.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ                 ในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 515,058.0 ล้านบาท

4.  การค้า/การใช้สิทธิพิเศษจากความตกลง FTA (8 ประเทศ/กลุ่มประเทศ คือ อาฟต้า ญี่ปุ่น อินเดีย จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เกาหลีใต้ และเปรู)

§ ต.ค. 55 ไทยขาดดุล FTA มูลค่า 2,270.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  โดย ส่งออก มีมูลค่า 10,949.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก ต.ค. 54 11.3% เป็นการใช้สิทธิภายใต้ FTA มูลค่า 3,964.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 27.6% คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 36.2% ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA นำเข้า มีมูลค่า 13,220.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก ต.ค.54 26.4% เป็นการใช้สิทธิภายใต้ FTA มูลค่า 2,747.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 50.7 % คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 20.8% ของการนำเข้ารวมภายใต้ FTA

§ ระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค.-ต.ค.) ไทยขาดดุล FTA มูลค่า 13,598.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยขาดดุลกับญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ เปรู และได้ดุลกับอาฟต้า อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่งออก มีมูลค่า 107,085.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้น 8.3% เป็นการส่งออกโดยใช้สิทธิภายใต้ FTA มูลค่า 34,237.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.16% และเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 32.0% ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA นำเข้า มีมูลค่า 120,684.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 26.4% เป็นการนำเข้าโดยใช้สิทธิพิเศษภายใต้ FTA มูลค่า 23,820.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29.8% และเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 19.7% ของการนำเข้ารวมภายใต้ FTA

5. การค้าชายแดน (มาเลเซีย เมียนมาร์ สปป. ลาว กัมพูชา)

ระยะ 10 เดือนแรกของปี 2555 ไทยยังคงได้ดุลการค้า และได้ดุลการค้ากับมาเลเซียมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้

§ เดือนตุลาคม 2555

การค้ารวม มีมูลค่า 76,468.0 ล้านบาท  (-5.0%) เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด เป็นมูลค่า 42,982.4 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 56.2 ของการค้ารวม 4 ประเทศ)

การส่งออก มีมูลค่า 46,034.1 ล้านบาท (+3.3%)

การนำเข้า มีมูลค่า 30,433.9 ล้านบาท (+7.5%)

ดุลการค้า ไทยได้ดุลการค้าชายแดน  คิดเป็นมูลค่า 15,600.2 ล้านบาท โดยได้ดุลการค้ากับ สปป.ลาวสูงสุด รองลงมาคือกัมพูชาและมาเลเซีย และขาดดุลกับเมียนมาร์

§ ระยะ 10 เดือนของปี 2555 (ม.ค. – ต.ค.)

การค้ารวม มีมูลค่า 759,140.3 ล้านบาท (+1.7%) เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี                ที่ผ่านมา โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุดเป็นมูลค่า 436,670.3 ล้านบาท (คิดเป็น           ร้อยละ 57.5 ของการค้ารวม 4 ประเทศ)

การส่งออก มีมูลค่า 467,277.2 ล้านบาท (-4.1%)

การนำเข้า มีมูลค่า 291,863.2 ล้านบาท (+12.7%)

ดุลการค้า ไทยได้ดุลการค้าชายแดน  คิดเป็นมูลค่า 175,414.0 ล้านบาท โดยได้ดุลการค้ากับมาเลเซียสูงสุด และขาดดุลการค้ากับเมียนมาร์

-----------------------------------------------------

สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์