www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะที่ปรึกษาและคณะทำงาน ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะที่ปรึกษาและคณะทำงาน ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เมื่อวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2555 ณ  อาคารไอทีเอฟ-ทาวเวอร์ สีลม

 

นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างยั่งยืน

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (The Gem and Jewelry Institute of Thailand (Public Organization) (GIT) เป็นสถาบันหลักของชาติที่มีภารกิจในด้านการตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่าและยังเป็นสถาบันที่พัฒนาคุณภาพบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาอย่างครบวงจร และการจัดทำฐานข้อมูลด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ตลอดจนถึงพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับในฐานะศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง

สถาบันมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์อัญมณีและเครื่องประดับโลก หรือ CIBJO มาตั้งแต่ปี 2542 และ ยังเป็นสมาชิก 1 ใน 5 ของห้องปฏิบัติการชั้นแนวหน้าของโลก ที่มีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสถาบันยังได้นำการบริการด้านการตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า เข้าสู่ระบบคุณภาพมาตรฐานระดับสากล โดยได้รับการรับรองระบบคุณภาพ ISO 9001:2008 จาก UKAS (UNITED KINGDOM ACCREDITATION SERVICE) ประเทศอังกฤษ ซึ่งจะทำให้การันตีได้ว่าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่นำมาจากประเทศไทย ทุกชิ้นจะผ่านการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสากล และยังมีการรับประกันสินค้าที่เชื่อถือได้

นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติกล่าวว่า “สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้เริ่มดำเนินการมา 12 ปีเศษนับถึงปัจจุบัน ซึ่งสถาบัน GIT ได้มีภารกิจที่สำคัญในการเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างยั่งยืน

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยเรานั้น นับเป็นธุรกิจที่พัฒนาจากภูมิปัญญาไทยอย่างแท้จริง ที่เราคนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจ ความโดดเด่นอย่างมาก คือ เรื่องของพลอยสีที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพและการเจียระไนจากประเทศไทยจะได้รับการยอมรับอย่างสูงในตลาดโลก ยังไม่มีประเทศใดๆ ที่มีฝีมือในการเพิ่มคุณภาพพลอยสีได้ทัดเทียมกับประเทศไทย

นอกจากนี้ รายได้ที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมนี้ เราไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาให้ต่างประเทศเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เรามักจะมีบทบาท และความสามารถในการแข่งขันในเรื่องของค่าจ้างแรงงานเท่านั้น ทำให้เกิดการกระจายรายได้อย่างแท้จริงและทั่วถึง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในแต่ละห่วงโซ่การผลิต ได้แก่ ต้นน้ำคือการปรับปรุงคุณภาพพลอย และการเจียระไน มาถึงกลางน้ำคือ การออกแบบ  การขึ้นรูป และการเข้าตัวเรือน และปลายน้ำคือ การตลาดและการสนับสนุนการจำหน่ายสินค้า เป็นต้น ดังนั้น เราจึงควรเร่งผลักดันการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี ฝีมือแรงงาน การออกแบบ รวมไปถึงนโยบายต่างๆ ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลกนายศิริพล กล่าว

**************************

สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์