รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา” ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของแต่ละประเทศในเวทีการค้าโลก และนับวันจะยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากการที่ Mr. Pascal Lamy ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) ได้กล่าวถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อครั้งเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า หรือ TRIPS Agreement “ตลอด 15 ปี ที่ผ่านมานี้ ทรัพย์สินทางปัญญาได้กลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อระบบการค้าแบบพหุภาคี”
รัฐบาลไทย ภายใต้การบริหารของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงได้กำหนดนโยบายทรัพย์ทางปัญญาไว้อย่างครบวงจร ทั้งในส่วนของการให้ความคุ้มครอง ส่งเสริม บังคับใช้สิทธิ และสร้างจิตสำนึกความเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยแต่งตั้ง “คณะกรรมการโนยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ” ขึ้น เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนเร่งรัดการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2555-2558 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 เพื่อใช้เป็นแผนแม่บทในการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และเพื่อปรับกลยุทธ์ของหน่วยงานภาครัฐในการรับมือกับปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น อย่างไรก็ดี หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมบูรณาการการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของ IP Agent ซึ่งที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ โดยในปีนี้ (ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากรและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รายงานผลการจับกุม รวมทั้งสิ้น 4,693 คดีของกลาง 3,852,348 ชิ้น มูลค่ากว่า 283 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์ปลูกจิตสำนึกในการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาควบคู่ไปกับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้ความรู้ และกระตุ้นเตือนระชาชนผู้บริโภคให้ “ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ของปลอม” และได้จัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้โครงการต่างๆ อาทิ กิจกรรมเดินรณรงค์ “Stop Piracy – Buy Original Now” ที่ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ มาบุญครอง และตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัด ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งได้จัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่นิสิต นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งอีกด้วย
การทำลายของกลางในวันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนมีความจริงจังและจริงใจในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทีได้ให้ความสำคัญในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และในวันนี้ เป็นที่ทราบแล้วว่า จะมีการทำลายของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว จำนวนกว่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนชิ้น มูลค่าสูงถึง 1,860 ล้านบาท ซึ่งของกลางเหล่านี้จะถูกนำมาเผาทำลายร่วมกับวิธีอื่นๆ เช่น ตัด บด ทุบ จนทำให้ของกลางเสื่อมสภาพต่อหน้าผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต ผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรม อีกทั้ง เป็นการแสดงถึงความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย
***********************สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีประชาสัมพันธ์และทำลายของกลาง
นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีประชาสัมพันธ์และทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่คดีถึงที่สุดแล้ว
