www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวการค้าระหว่างประเทศของไทย

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2555

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2555 

การค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนกรกฎาคม 2555การค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนกรกฎาคม 2555 และระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ก.ค.) สรุปได้ดังนี้ 1.  การส่งออก §  เดือนกรกฎาคม 2555   มีมูลค่า 19,544.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ลดลงร้อยละ 4.46 ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 610,940.4  ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.44§ ระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ก.ค.)  มีมูลค่า 131,809  ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.4                  ในรูปเงินบาท  มีมูลค่า  4,076,876 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.21 § ปัจจัยที่ส่งผลให้การส่งออกในเดือนกรกฎาคม 2555 ลดลง เนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจยุโรปและการลุกลามของปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องและสร้างความวิตกกังวลต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าในภาคเศรษฐกิจจริงในหลายประเทศ ทำให้มีการนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นวัตถุดิบการผลิตจากไทยลดลง เช่น ยางพารา  (สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน จีน เอเชียใต้ (8) ไต้หวัน แคนาดา) ผลิตภัณฑ์ยาง (สหภาพยุโรป อาเซียน ทวีปออสเตรเลีย)แผงวงจรไฟฟ้า (สหภาพยุโรป อาเซียน จีน ไต้หวัน) เม็ดพลาสติก(ญี่ปุ่น เอเชียใต้(8) ไต้หวัน แอฟริกา) เคมีภัณฑ์ (เอเชียใต้ (8))§ การส่งออกสินค้าในเดือนกรกฎาคม 2555  ลดลงในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ และหมวดสินค้าอื่นๆ โดยØ  หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 6.6 %  โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่               ข้าว (-28.5%) ยางพารา (-33.8%)  กุ้งแช่แข็งและแปรรูป (-17.8%) สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง  (+8.1%) อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) (+14.8%) ผักและผลไม้  (+65.5%)  ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+3.8%)  น้ำตาล  (+21%)      Ø  หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมลดลง 4.3 % โดย สินค้าส่งออกที่ลดลง  ได้แก่                 เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (-15.4%)  เครื่องใช้ไฟฟ้า (-3.4%) สิ่งทอ (-14.3%) อัญมณีและเครื่องประดับ   (-37.3%) ผลิตภัณฑ์ยาง (-0.9%) สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่  ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+22.8%) วัสดุก่อสร้าง (+15.7%)  สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์  (+14.5%)  เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (+0.6%) เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ (+15.7%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+32.9%)   Ø  หมวดสินค้าอื่นๆ   ลดลง 2.9%§  การส่งออกระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ก.ค.)  ลดลงในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ  โดยØ  หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร  ภาพรวมลดลง  8.9 %โดย สินค้าส่งออกลดลง  ได้แก่               ข้าว (-36.5%) ยางพารา  (-28%) กุ้งแช่แข็งและแปรรูป -10%  สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+2.3 %) อาหารทะเลแช่แข็ง (ไม่รวมกุ้ง) (+11.6%)  ผักและผลไม้ (+7%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+15.2%)  น้ำตาล (+17.5%)  Ø  หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมลดลง 0.9% โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่                    เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (-4.1%)  เครื่องใช้ไฟฟ้า (-2.8%) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก(-2.7%)  สิ่งทอ            (-15.4%)  อัญมณีและเครื่องประดับ (-15.8%)  เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (-4.3%)  สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+18.2%) วัสดุก่อสร้าง (+1.5%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+4.1%)  สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ (+7.6%) เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ (+11.8%)  อาหารสัตว์เลี้ยง (+22.1%)   Ø  หมวดสินค้าอื่นๆ   เพิ่มขึ้น 10.8%§     การส่งออกเป็นรายตลาด Ø  เดือนกรกฎาคม 2555  ส่งออกขยายตัวลดลงในทุกตลาด ยกเว้นตลาดศักยภาพระดับรอง โดย§ ตลาดหลัก  ภาพรวมลดลง 7.8 % โดย ญี่ปุ่น (-3.5%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ          (-21.4%) ในขณะที่สหรัฐอเมริกา (+2.3%) § ตลาดศักยภาพสูง  ภาพรวมลดลง 3.1 % โดยตลาดที่ลดลง ได้แก่  อาเซียน (9)  (-2.6%)  (โดยอาเซียนเดิม (5) (-11.9%))  จีน (-7.5%)  เอเชียใต้ (8)  (-9.9%)  อินเดีย (-9.2%)  ไต้หวัน (-15.7%) ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ฮ่องกง (+4.4%)  อินโดจีนและพม่า  (+24.5%)   เกาหลีใต้ (+22.5%)§ ตลาดศักยภาพระดับรอง   ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2.9 % โดยตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ตะวันออกกลาง (+18.2%) ลาตินอเมริกา (+18.4%) รัสเซียและCIS (+2.1%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่  ทวีปออสเตรเลีย (-0.3%) ทวีปแอฟริกา (-14.4%) สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-24.4%) แคนาดา (-4%)  § ตลาดอื่น ๆ    ลดลง 33.5 % โดยสวิตเซอร์แลนด์  (-41.5%)Ø   ระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ก.ค.) ขยายตัวเพิ่มขึ้นในตลาดศักยภาพสูงและตลาดศักยภาพระดับรอง โดย§ ตลาดหลัก ภาพรวมลดลง 4.8% ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ญี่ปุ่น (-3.7%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม    15 ประเทศ (-13.7%)  ในขณะที่ตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น  3.2% § ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2.5 % ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อาเซียน (9) (+6.5 %)            (โดยอาเซียนเดิม(5)  (+3%)  อินโดจีนและพม่า  (+15.5%)) จีน (+5.1%) อินเดีย (+0.1%)              เกาหลีใต้ (+0.7%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ เอเชียใต้ (-8.5%) ฮ่องกง (-5.7%) ไต้หวัน (-16.3%)  § ตลาดศักยภาพระดับรอง    ภาพรวมเพิ่มขึ้น 3.3%  ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย (+5.4%) ตะวันออกกลาง (+3.1%)  แอฟริกา (+2.2%) ลาตินอเมริกา (+19%)  ตลาดที่ลดลง ได้แก่   สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-16.7%) รัสเซียและ CIS  (-16.9%) แคนาดา (-9.9%)  §  ตลาดอื่น ๆ  ลดลง 24.5% โดยสวิตเซอร์แลนด์ (-30.4%)2. การนำเข้า §  เดือนกรกฎาคม 2555  มีมูลค่า 21,290.7  ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.73   เมื่อเทียบกับเดียวกันของปีที่ผ่านมา  ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 673,541.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.27§  ระยะ 7 เดือนของปี 2555  (ม.ค.- ก.ค.)   มีมูลค่า 143,895.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น     ร้อยละ 10.50  เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา   ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 4,502,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.32§  การนำเข้าในเดือนกรกฎาคม 2555 เพิ่มขึ้น โดยเป็นการนำเข้าเพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าทุน             (+35.80%) (ประเภทเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+39.82%) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ (+105.75%)) หมวดวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป (+2.70%) (ประเภทเคมีภัณฑ์ (+10.37%) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (+30.30%))  หมวดสินค้าอุปโภค/บริโภค (+13.13%) (ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (+15.58%) ผัก ผลไม้และของปรุงแต่ง (+32.01%)) หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (+65.38%) (ประเภทส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ (+74.48%) และรถยนต์นั่ง (+38.25%)) 3.  ดุลการค้า §  เดือนกรกฎาคม 2555  ขาดดุลการค้า 1,746.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 62,600.8 ล้านบาท §  ระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ก.ค.)  ขาดดุลการค้ามูลค่า 12,086.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ       ในรูปเงินบาท  ขาดดุลการค้ามูลค่า 425,203 ล้านบาท  4. การค้า/การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากความตกลง FTA (8 ประเทศ/กลุ่มประเทศ คือ  กลุ่มอาฟต้า (AFTA) อินเดีย จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเปรู)§ เดือนกรกฎาคม 2555  ไทยขาดดุลการค้า FTA มูลค่า 1,457.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  โดย           การส่งออก  มีมูลค่ารวม 10,906.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 3.1% โดยเป็นการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ FTA มูลค่า 3,665.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.66 % จากเดือนเดียวกันของปีก่อน  คิดเป็นการใช้สิทธิ 33.6 % ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA  การนำเข้า มีมูลค่า 12,346.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 14.1%  โดยเป็นการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ FTA มูลค่า 2,622 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 50.36 % จากเดือนเดียวกันของปีก่อน  คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 21.2 % ของการนำเข้ารวมภายใต้ FTA§ ระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค.- ก.ค.) ไทยขาดดุลการค้า FTA มูลค่า 8,938.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยขาดดุลกับญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ เปรู และได้ดุลกับอาฟต้า อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์   การส่งออก         มีมูลค่ารวม 74,469.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้น 3.5% จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ FTA มูลค่า 23,438.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 0.49 % จากระยะเดียวกันของปีก่อน  คิดเป็นการใช้สิทธิ 31.47 % ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA  การนำเข้า มีมูลค่า 83,408.4  ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ FTA มูลค่า 16,238.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 32.36 % จากระยะเดียวกันของปีก่อน  คิดเป็นการใช้สิทธิ 19.46 % ของการนำเข้ารวมภายใต้ FTA5.  การค้าชายแดน (มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา)        ไทยยังคงได้ดุลการค้า และได้ดุลการค้ากับมาเลเซียมากเป็นอันดับหนึ่ง  โดยมีรายละเอียดดังนี้§   เดือนกรกฎาคม 2555                      การค้ารวม                  มีมูลค่า 80,252.3 ล้านบาท  (+2.96%) เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา          โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด   (คิดเป็นร้อยละ 56.23 ของการค้ารวม 4 ประเทศ)                                          การส่งออก                  มีมูลค่า 46,722.9 ล้านบาท (-5.47%)                      การนำเข้า                 มีมูลค่า 33,529.3 ล้านบาท (+17.57%)                      ดุลการค้า                   ไทยได้ดุลการค้าชายแดน  คิดเป็นมูลค่า 13,193.6 ล้านบาท§   ระยะ 7 เดือนของปี 2555 (ม.ค. –ก.ค.)                       การค้ารวม                  มีมูลค่า 539,778 ล้านบาท (+3%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา  โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด  (คิดเป็นร้อยละ 57.79 ของการค้ารวม 4 ประเทศ)                                                                        การส่งออก                 มีมูลค่า 331,236.7 ล้านบาท (-2.57%)                      การนำเข้า                  มีมูลค่า 208,541.4  ล้านบาท  (+13.28%)
ดุลการค้า             ไทยได้ดุลการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 122,695.3  ล้านบาท