นายภูมิ กล่าวว่า ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ AEC ในอีกสามปีข้างหน้า และในสถานการณ์ที่การค้าและการลงทุนมีความเข้มข้นขึ้นทุกวันนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับโอกาสและความท้าทาย ทรัพย์สินทางปัญญา คือ อาวุธสำคัญในเวทีการแข่งขันทางการค้าที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงได้มุ่งเน้นให้มีการสร้างสรรค์สังคมแห่งภูมิปัญญา โดยได้นำเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาบรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ซึ่งประกาศใช้ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2559 โดยจะพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยการส่งเสริมการจดทะเบียน การใช้ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจสร้างสรรค์ สร้างความตื่นตัวและความตระหนักของธุรกิจและทุกภาคส่วนถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาที่มีต่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดการเติบโตของธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานของสินค้าและบริการ เร่งรัดการลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจสร้างสรรค์ในการครอบครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดมากขึ้น รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากมาย เช่น อุตสาหกรรมบันเทิง ภาพยนตร์ โฆษณา สื่อองค์กร สื่อการเรียนการสอน เป็นต้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญและเร่งพัฒนา เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เข้มแข็งและก้าวเป็นผู้นำในภูมิภาค ซึ่งนอกจากการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการสร้างสรรค์ผลงานซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์แล้ว การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์เป็นสิ่งจำเป็นที่จะละเลยเสียมิได้ ผมเชื่อว่า ประเทศที่คิดสร้างสรรค์ผลงานเองได้ ปกป้องคุ้มครองผลงานของตนเองได้ และแข่งขันได้ จะสามารถข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ และก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในด้านนั้นๆ ได้
เพื่อให้เกิดการกระจายความรู้อย่างกว้างขวาง หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจึงไม่อาจทำงานเพียงลำพังได้ หากแต่จำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการหารือร่วมกัน การจัดการฝึกอบรมสัมมนา หรือกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวแก่วงการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ ของประเทศไทยต่อไป ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (องค์การมหาชน) (SIPA) จึงได้มีความคิดริเริ่มที่จะทำงานร่วมกันอย่างจริงจังอย่างเป็นรูปธรรมในการส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ โดยจะมีการส่งเสริมสร้างสรรค์และการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตะหนักให้แก่สาธารณชนในเรื่องการคุ้มครองลิขสิทธิ์ด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของ SIPA ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันในวันนี้จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศจากเศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิตมาสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาความคิดและความสร้างสรรค์ สอดคล้องกับนโยบายที่ได้มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้กำกับดูแลบูรณาการร่วมกันภายในกระทรวงพาณิชย์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
***************************
สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง
นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์
