รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งานเทศกาลหัตถศิลป์ไทย เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี นับเป็นก้าวสำคัญของการดำเนินงานด้านการผลักดันและส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยของ ศ.ศ.ป. เพราะเป็นการรวบรวมเอาผลงานที่โดดเด่นมานำเสนอไว้ในงานเดียว อีกทั้งยังเป็นการขยายผล ต่อยอดไปสู่ผู้ประกอบการสมาชิกของ ศ.ศ.ป.ที่มีอยู่ทั้งหมด ให้ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เจรจาธุรกิจ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบกับ เดือนสิงหาคม ของทุกปี เป็นเดือนมหามงคลของปวงชนชาวไทย เพราะเป็นเดือนแห่งการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระองค์เปรียบดั่ง “แม่แห่งศิลปาชีพ” ในการจัดกิจกรรมของ ศ.ศ.ป. ครั้งนี้ จึงเรียกได้ว่า “ครบครัน” และช่วยส่งเสริม ผลักดันให้งานศิลป์ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างน่าสนใจ
นอกจากนี้ ภายในงาน ยังเปิดเป็นเวทีการเจรจา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม และไอเดียทางด้านงานศิลปหัตถกรรมในระดับนานาชาติอีกด้วย เพราะได้มีการเชิญคณะผู้แทนอาเซียน 14 ประเทศ นำโดย เลขาธิการอาเซียนมาเข้าร่วมใน การประชุมผู้แทนหน่วยงานหัตถกรรมนานาชาติ (International Crafts Symposium) ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุกของ ศ.ศ.ป. เพื่อเตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่นโยบายการเปิดเสรีอาเซียนที่กำลังจะมาถึง แม้ว่า สาระสำคัญในการจัดประชุม จะมุ่งไปในเรื่องของการผลักดันและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม ที่อาจไม่ได้นับรวมอยู่ในระบบเศรษฐกิจสำคัญที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชน แต่จะเป็นก้าวสำคัญที่ ศ.ศ.ป. จะได้นำเอางานศิลปหัตถกรรมไปผสมผสานอยู่ในแวดวงธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เช่น ในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจของใช้ในครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งการมาเจรจาพูดคุยจากตัวแทนทั้ง 14 ประเทศในครั้งนี้ จะช่วยให้เห็นทิศทางการนำเอางานศิลปหัตถกรรม ไปนำเสนอตอบโจทย์ลูกค้าในต่างประเทศได้อย่างตรงจุดมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังก่อให้เกิดแนวทางการสร้างความร่วมมือในด้านการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมกับในหลายๆ ประเทศได้ในอนาคต และแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้งานศิลป์เป็นอีกกลไกที่สำคัญในการสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย
----------------------------
สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์
