รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ถือเป็นองค์กรหลักของภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้แข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก การก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในปี 2015 ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบเชื่อมโยงไปทุกภาคส่วนเช่นนี้ย่อมนำมาทั้งโอกาสทั้งปัญหาอุปสรรคควบคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงต้องเริ่มจากการเตรียมความพร้อมอย่างมีระบบ สร้างความเข้าใจถึงผลกระทบอย่างละเอียด วิเคราะห์ความน่าจะเป็นว่าปัญหาแบบไหนมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ้าง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถรับมือกับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในรูปแบบที่เราสามารถบริหารจัดการปัญหาหรืออุปสรรคนั้นๆ ให้กลายเป็นโอกาสที่สำคัญได้
สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ AEC นั้น ในส่วนของผู้ส่งออกที่ได้รับโอกาสจากการมีฐานตลาดขนาดใหญ่ซึ่งมีความหลากหลายสูง จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียนให้ครอบคลุมทุกมิติทั้งสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ตลอดจนค่านิยมของคนในประเทศนั้นๆ เพื่อจะได้นำข้อมูลความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการวางแผนธุรกิจรุกบุกตลาดได้ตรงเป้าหมาย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการค้าอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศที่อาจได้รับผลกระทบทางลบจากการไหลบ่าเข้ามาอย่างเสรีของสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องเร่งเรียนรู้คู่แข่งเข้าทำนอง “รู้เขา รู้เรา” เพื่อตั้งรับปรับตัวส่วนภาครัฐก็จะต้องทำหน้าที่สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อให้เห็นถึงลู่ทางไขว่คว้าโอกาสรวมถึงทางหนีทีไล่จากปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างเท่าทันต่อเหตุการณ์
“สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติเล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญนี้ จึงได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับให้ได้สูงสุดแล้ว ช่วงเวลานี้ยังถือเป็นจังหวะเหมาะที่ผู้ประกอบการไทยจะได้หันมาให้ความสำคัญกับตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งแม้มูลค่าการส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้จะยังคงไม่สูงนัก แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดศักยภาพที่ช่วยในการกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาตลาดหลักเดิมๆ ที่หลายประเทศมียอดสั่งซื้อลดลงตามลำดับจากผลกระทบของวิกฤติการณ์หนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป” นายศิริวัฒน์ กล่าว.
-------------------------------------------------------------------
โฆษกกระทรวงพาณิชย์
