www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2555 (26/6/2012)

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2555 เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2555 ณ กระทรวงพาณิชย์

การค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนพฤษภาคม 2555 และระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.- พ.ค.) สรุปได้ดังนี้ 1.การส่งออกเดือนพฤษภาคม 2555  มีมูลค่า 20,932.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.68 คิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 641,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.68 ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–พ.ค.)  มีมูลค่า 92,494 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 1.47 ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 2,849,429.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.79 เดือนพฤษภาคม 2555 เพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าอื่นๆ

 

โดยหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 5% โดยสินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-29%) ยางพารา  (-27.5%) สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+7%) น้ำตาล (+11.8%) สินค้าอาหาร (+13.4%) ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (+11.7%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+22.9%) หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ภาพรวมเพิ่มขึ้น 9.5 % โดยสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น  ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (+10.9%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (+11.8%) ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+83.5%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+6.5%) เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง (1.1%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (3.9%) เครื่องสำอาง (+16.5%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+29.3 %) เครื่องกีฬา และเครื่องเล่นเกม (+21.8 %) สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (-2.7%) สิ่งทอ (-10%) อัญมณีและเครื่องประดับ (-22.3%) สิ่งพิมพ์  (-74.2 %) หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 15.4% ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–พ.ค.) ลดลงในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม

 

โดยหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 6.7% โดยสินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-35.2%) ยางพารา (-26%) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (- 0.1%) สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ สินค้าอาหาร เพิ่มขึ้น 11% โดยอาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง (ไม่รวมกุ้ง) (+12.7%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+19.4%) และน้ำตาล (+30.3%) หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมลดลง 4.7% โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (-2.6%)  เครื่องใช้ไฟฟ้า (-3.1%) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (-3.9%) สิ่งทอ (-15.2%) วัสดุก่อสร้าง (-2.1%) สิ่งพิมพ์ (-76%) เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง (-4.9%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (-5.4%) สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์และส่วนประกอบ (+17%) อัญมณี ไม่รวมทองคำ (+3.6%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+8%) เครื่องสำอาง (+13.6%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+21.2%) เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกม (+13.5%) หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 16.9% การส่งออกเป็นรายตลาด เดือนพฤษภาคม 2555  ส่งออกเพิ่มขึ้นแทบทุกตลาด ยกเว้นตลาดอื่นๆ โดยตลาดหลัก ภาพรวมเพิ่มขึ้น 7.5% โดยญี่ปุ่น (+5%) สหรัฐอเมริกา (+10.9%) และสหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (+6.8%) ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 4.8 % โดยตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อาเซียน (+13.4%) จีน (+22.3%) อินเดีย (+16.5%)  ตลาดที่ลดลง ได้แก่ เอเชียใต้ (ไม่รวมอินเดีย) (-2.8%) ฮ่องกง (-38.9%) เกาหลีใต้ (-6.7%) ไต้หวัน (-9.6%) ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 22.7 %

 

โดยตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย  (+51.1%) ตะวันออกกลาง (+17.3 %) แอฟริกา (+22%) และลาตินอเมริกา (+34.6%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-13.6%) รัสเซียและCIS (-16%) แคนาดา (-5%) ตลาดอื่น ๆ ลดลง 46.9 % โดยสวิตเซอร์แลนด์ (-66.4%) ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–พ.ค.) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉพาะตลาดศักยภาพระดับรอง โดยตลาดหลัก ภาพรวมลดลง 4.1 % ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ญี่ปุ่น (-4.6 %) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม  15 ประเทศ (-11.1%)  ในขณะที่ตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.4% ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมลดลง 0.2 % ตลาดที่ลดลง ได้แก่ เอเชียใต้ (ไม่รวมอินเดีย) (-5.1%) ฮ่องกง (-35.7%) ไต้หวัน (-18.9%) ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ตลาดอาเซียน (+9.6 %) ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งในตลาดอาเซียนเดิม (+7%) และตลาดอินโดจีนและพม่า (+16.1%)  จีน (+8.4%) อินเดีย (+5.1%) เกาหลีใต้ (+2.1%) ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 4.1% ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย (+3.3%) ตะวันออกกลาง (+1.6%) แอฟริกา (+11.6%) ลาตินอเมริกา (+18.2%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-13.8%) รัสเซียและ CIS  (-15.9%) แคนาดา (-9.7%) ตลาดอื่น ๆ ลดลง 28.3 % โดยสวิตเซอร์แลนด์ (-34.8%) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออก ในส่วนที่ลดลง เนื่องมาจากการขยายตัวที่ลดลงของตลาดสำคัญ (สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เอเชียใต้)

 

จากความวิตกกังวลและหวั่นเกรงการลุกลามของปัญหาเศรษฐกิจยุโรป และความต้องการที่ลดลงของสินค้าวัตถุดิบ (ยางพารา) เพื่อป้อนโรงงานผลิตในญี่ปุ่น  อย่างไรก็ตาม มีอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับรถยนต์และเครื่องปรับอากาศในทวีปออสเตรเลียและตะวันออกกลาง 2. การนำเข้า เดือนพฤษภาคม 2555  มีมูลค่า 22,672.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2  เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 703,030.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 ระยะ 5  เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–พ.ค.) มีมูลค่า 102,288 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.55  เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดในรูปเงินบาท มีมูลค่า 3,187,332.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.02  ปัจจัยที่ส่งผลให้การนำเข้าในเดือนพฤษภาคม 2555 เพิ่มขึ้น ได้แก่ การนำเข้าเพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าทุน (+40.69%) ประเภทเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+57.97%) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ (+65.61%) หมวดสินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป (+8.86%) ได้แก่ ทองคำ (+35.55%) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ (+9.09%) หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (+17.03%) หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง (+72.65%) 3.  ดุลการค้าเดือนพฤษภาคม 2555  ไทยขาดดุลการค้า 1,739.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  คิดในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า  61,893.9 ล้านบาท ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค. –พ.ค.)  ไทยขาดดุลการค้ามูลค่า 9,794 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 337,902.8  ล้านบาท  4.  การค้า/การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากความตกลง FTA (8 ฉบับ คือ  อาฟต้า (AFTA) ญี่ปุ่น อินเดีย จีนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และเปรู) เดือนพฤษภาคม 2555 การส่งออกไปประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่ารวม 11,952 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 14.89% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา  21.61 % เป็นการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ FTA มูลค่า 3,851 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 9.99% คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 32.22% ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA

 

โดยประเทศที่ใช้สิทธิฯ สูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่  อาฟต้า (AFTA)  จีน และญี่ปุ่น§  การนำเข้า มีมูลค่า 13,411.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 25.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา 21.6%§  ดุลการค้า ภาพรวมไทยขาดดุลการค้า FTA มูลค่า 1,459.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (โดยได้ดุลกับอาฟต้า (AFTA) อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และขาดดุลกับญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ เปรู) ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค. – พ.ค.) การส่งออกไปประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่ารวม 52,421.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้น 5.5%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ FTA มูลค่า 16,409.7  ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ลดลง  2.01% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ  31.30 %  ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA  ประเทศที่ใช้สิทธิฯ สูงสุด  3 ลำดับแรก ได้แก่ อาฟต้า (AFTA)  จีน และญี่ปุ่น§ การนำเข้า มีมูลค่า 59,430.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดุลการค้า  ภาพรวมไทยขาดดุลการค้า FTA มูลค่า 7,009.31 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (โดยได้ดุลกับอาฟต้า (AFTA) อินเดีย ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  และ ขาดดุลกับญี่ปุ่น จีน  เกาหลีใต้ และเปรู) 5.  การค้าชายแดน (มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา) การค้าชายแดน ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการส่งออก

 

โดยไทยยังคงได้ดุลการค้า และได้ดุลการค้ากับมาเลเซียมากเป็นอันดับหนึ่ง  โดยมีรายละเอียดดังนี้§   เดือนพฤษภาคม 2555 การค้ารวมมีมูลค่า 79,506 ล้านบาท (+6.2%) เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 56.70 ของการค้ารวม 4 ประเทศ การส่งออกมีมูลค่า 49,967.3 ล้านบาท (+5.8%) การนำเข้ามีมูลค่า 29,538.7 ล้านบาท (+ 6.7%) ดุลการค้าไทยได้ดุลการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 20,428.6  ล้านบาท ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค. – พ.ค.) การค้ารวม มีมูลค่า 381,014 ล้านบาท (+3.13%) เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด  คิดเป็นร้อยละ 58.4 ของการค้ารวม 4 ประเทศการส่งออก มีมูลค่า 238,399.4 ล้านบาท (-2.02%) การนำเข้ามีมูลค่า 142,614.6 ล้านบาท  (+13.1%) ดุลการค้าไทยได้ดุลการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 95,784.9  ล้านบาท


************************************

สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์