www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวภาวะการนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้า ประจำเดือนเมษายน 2555 (30/5/2012)

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวภาวะการนำเข้า - ส่งออก และดุลการค้า ประจำเดือนเมษายน 2555 เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2555 ณ กระทรวงพาณิชย์

การค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนเมษายน 2555 การค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนเมษายน 2555 และระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.- เม.ย.) สรุปได้ดังนี้

 

1.การส่งออก

- การส่งออกเดือนเมษายน 2555 มีมูลค่า 16,919.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3.67 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดในรูปเงินบาท มีมูลค่า 515,987.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.20

- การส่งออกในระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–เม.ย.) มีมูลค่า 71,561.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3.86 ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 2,208,292.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.76

- ปัจจัยที่ส่งผลให้การส่งออกในเดือนเมษายน 2555 ลดลง ได้แก่ การขยายตัวในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในตลาดสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เอเซียใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน ทวีปออสเตรเลียตะวันออกกลาง รัสเซียและCIS แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ อินโดจีนและพม่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจยุโรปและหวั่นเกรงการลุกลามของปัญหา โดยขณะนี้ สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการคลัง ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป คาดว่า เศรษฐกิจยูโรโซน น่าจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) อย่างเป็นทางการแล้ว ประกอบกับในเดือนเมษายน เป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์ของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

- การส่งออกสินค้าในเดือนเมษายน 2555 ลดลงทั้งในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม

- โดยหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 3.9 % โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-32%) ยางพารา (-22.1%) สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+41.8%) น้ำตาล (+33%) สินค้าอาหาร เพิ่มขึ้น 3.9% ได้แก่ ผัก ผลไม้สดและแปรรูป (+4.4%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป (+15%)

- หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ภาพรวมลดลง 6.4 % โดย สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (-9.9%) สิ่งทอ (-20.3%) วัสดุก่อสร้าง (-9.9 %) อัญมณีและเครื่องประดับ (-49.6%) สิ่งพิมพ์ (-71.3 %) เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง (-6.7%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (-13.5%) เลนส์ (-32.4%)สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (+1.7%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (+2.8%) ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+28%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+6.5%) เครื่องสำอาง (+14.6%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+12.4 %) เครื่องกีฬา และเครื่องเล่นเกม (+6.1 %)

- หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 5.7%

- การส่งออกระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–เม.ย.) ลดลงทั้งในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรและหมวดสินค้าอุตสาหกรรม โดย

- หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 7.2 % โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-37.2%) ยางพารา (-25.7%) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (-2%) สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ สินค้าอาหาร เพิ่มขึ้น 10.3% โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็ง (ไม่รวมกุ้ง) (+11.3%) ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป(+18.5%) และน้ำตาล (+38.8%)

- หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมลดลง 8.2% โดย สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (-6.1%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (-7.2%) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก (-4.3%) สิ่งทอ(-16.4%) วัสดุก่อสร้าง (-3.6%) สิ่งพิมพ์ (-76.5%) เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง (-6.7%)เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (-7.7%) เลนส์ (-31.4%) นาฬิกาและส่วนประกอบ (-24.8%) ของเล่น(-12.6%) สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์และส่วนประกอบ (+5.2%) อัญมณีไม่รวมทองคำ(+1.4%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+8.4%) เครื่องสำอาง (+12.8%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+18.9%) เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกม (+11.5%)

- หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 17.3%

- การส่งออกเป็นรายตลาด

- เดือนเมษายน 2555 ส่งออกขยายตัวลดลงในตลาดหลักและตลาดอื่นๆ โดย

- ตลาดหลัก ภาพรวมลดลง 6.8% โดยญี่ปุ่น (-7.7%) สหรัฐอเมริกา (-1.1%) และสหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (-11.4%)

- ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 1.1 % โดยตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อาเซียน (+6.7%) จีน (+16.5%) อินเดีย (+0.1%) และเกาหลีใต้ (+13.2%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ตลาดอินโดจีนและพม่า(-0.2%) เอเชียใต้ (ไม่รวมอินเดีย) (-11.4%) ฮ่องกง (-34.3%) ไต้หวัน (-15%)

- ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมเพิ่มขึ้น 0.4 % โดยตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ แอฟริกา (+29.8%)และลาตินอเมริกา (+19.6%) ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย (-4.7%) ตะวันออกกลาง(-12.4%) สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-21.1%) รัสเซียและCIS (-22.4%) แคนาดา (-17.7%)

- ตลาดอื่น ๆ ลดลง 59.2 % โดยสวิตเซอร์แลนด์ (-68.9%)

- ระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–เม.ย.) ขยายตัวลดลงในทุกตลาด โดย

- ตลาดหลัก ภาพรวมลดลง 7.2 % ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ญี่ปุ่น (-7.1 %) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (-15.6%) ในขณะที่ตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.4%

- ตลาดศักยภาพสูง ภาพรวมลดลง 1.6 % ตลาดที่ลดลง ได้แก่ เอเชียใต้ (ไม่รวมอินเดีย) (-5.7%) ฮ่องกง (-34.9%) ไต้หวัน (-21.4%) ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ตลาดอาเซียน (+8.6 %) ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งในตลาดอาเซียนเดิม (+6%) และตลาดอินโดจีนและพม่า (+14.9%) จีน (+4.9%) อินเดีย (+2.5%) เกาหลีใต้(+4.5%)

- ตลาดศักยภาพระดับรอง ภาพรวมลดลง 0.6% ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย (-6.2%) ตะวันออกกลาง (-2.6%) สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 12 ประเทศ (-13.8%) รัสเซียและ CIS (-15.9%) แคนาดา (-11%) ตลาดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ แอฟริกา (+8.4%) และลาตินอเมริกา (+14.3%)

- ตลาดอื่น ๆ ลดลง 25.3% โดยสวิตเซอร์แลนด์ (-30.4%) 2. การนำเข้า

- การนำเข้าเดือนเมษายน มีมูลค่า 19,787.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.87 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2554 และลดลง ร้อยละ 19.09 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การนำเข้าเดือนเม.ย. 55 คิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 611,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.49

- การนำเข้าในระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.–เม.ย.) มีมูลค่า 79,615.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.79 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี ที่ผ่านมา คิดในรูปเงินบาท มีมูลค่า 2,484,301.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.08

- ปัจจัยที่ส่งผลให้การนำเข้าในเดือนเมษายน 2555 เพิ่มขึ้น ได้แก่ การนำเข้าเพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าทุน (+23.1%) ประเภทเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+44.4%) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ (+56.3%) เพื่อทดแทนเครื่องจักรเก่าและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต สินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป (+2.2%) ได้แก่ ทองคำ (+424%) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ (+3.78%) รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค (+8.1%) เพื่อทดแทนสินค้าที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศหรือผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง (+59.8%) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ เพื่อการประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปและจำหน่ายในประเทศ 3. ดุลการค้า

- เดือนเมษายน 2555 ไทยขาดดุลการค้า 2,867.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากเดือนมีนาคม 2555 ร้อยละ 37.5 คิดในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 95,020.4 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2555 ร้อยละ 36.4

- ดุลการค้าในระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค. –เม.ย.) ไทยขาดดุลการค้ามูลค่า 8,054.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 276,009 ล้านบาท 4. การค้า/การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากความตกลง FTA (8 ฉบับ คือ อาฟต้า(AFTA) ญี่ปุ่น อินเดีย จีนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และเปรู)

- เดือนเมษายน 2555

- การส่งออกไปประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่ารวม 9,828.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.7% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ FTA มูลค่า 3,114 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 2.93% คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 31.68% ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA โดยประเทศที่ใช้สิทธิฯ สูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ อาฟต้า (AFTA) จีน และญี่ปุ่น

- การนำเข้า มีมูลค่า 11,706 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11.7% จากช่วงเดียวกันของปี ก่อน และลดลงจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 12.9%

- ดุลการค้า ภาพรวมไทยขาดดุลการค้า FTA มูลค่า 1,877.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (โดยได้ดุลกับอาฟต้า (AFTA) อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู และขาดดุลกับญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้)

- ระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค. – เม.ย.)

- การส่งออกไปประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่ารวม 40,469 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ FTA มูลค่า 12,563.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 5.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิร้อยละ 31.04 ของการส่งออกรวมภายใต้ FTA ประเทศที่ใช้สิทธิฯ สูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ อาฟต้า (AFTA) จีน และญี่ปุ่น

- การนำเข้า มีมูลค่า 46,019.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

- ดุลการค้า ภาพรวมไทยขาดดุลการค้า FTA มูลค่า 5,550.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (โดยได้ดุลกับอาฟต้า (AFTA) อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ ขาดดุลกับญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และเปรู) 5. การค้าชายแดน (มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา) การค้าชายแดน ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการส่งออก โดยไทยยังคงได้ดุลการค้า และได้ดุลการค้ากับมาเลเซียมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้

- เดือนเมษายน 2555 การค้ารวม มีมูลค่า 76,122.2 ล้านบาท (+9.3%) เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 56.70 ของการค้ารวม 4 ประเทศ การส่งออก มีมูลค่า 43,773.9 ล้านบาท (-2.5%) การนำเข้า มีมูลค่า 32,348.3 ล้านบาท (+ 30.7%) ดุลการค้า ไทยได้ดุลการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 11,425.5 ล้านบาท

- ระยะ 4 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค. – เม.ย.) การค้ารวม มีมูลค่า 301,508 ล้านบาท (+2.4%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 58.4 ของการค้ารวม 4 ประเทศ การส่งออก มีมูลค่า 188,432.1 ล้านบาท (-3.9%) การนำเข้า มีมูลค่า 113,075.9 ล้านบาท (+14.9%) ดุลการค้า ไทยได้ดุลการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 75,356.2 ล้านบาท

 

****************************

สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์